• Thu. Oct 8th, 2026

STORY : สื่อนอกตีแผ่! วิกฤตลูกหนี้ไทยบนเส้นขนานเวทีเศรษฐกิจโลก “อาจสิ้นใจก่อนใช้หนี้หมด”

story-:-สื่อนอกตีแผ่!-วิกฤตลูกหนี้ไทยบนเส้นขนานเวทีเศรษฐกิจโลก-“อาจสิ้นใจก่อนใช้หนี้หมด”STORY : สื่อนอกตีแผ่! วิกฤตลูกหนี้ไทยบนเส้นขนานเวทีเศรษฐกิจโลก “อาจสิ้นใจก่อนใช้หนี้หมด”
STORY : สื่อนอกตีแผ่! วิกฤตลูกหนี้ไทยบนเส้นขนานเวทีเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังปูพรมแดงเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทางการเงินระดับโลก “IMF-World Bank 2026” สำนักข่าวระดับโลกอย่างรอยเตอร์ ได้ตีแผ่อีกด้านของเหรียญที่สะท้อนชีวิตอันมืดมิดของ “ผู้ที่จมอยู่ในวังวนหนี้” ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวดที่ว่า พวกเขาอาจหมดลมหายใจก่อนที่จะชำระหนี้ได้หมด!

ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้วิสัยทัศน์หลัก “ขอบฟ้าใหม่ของไทย : พลังคน เสริมความทนทานต่อความเสี่ยง” ซึ่งรัฐบาลหวังให้เป็นต้นแบบการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจแก่ประเทศอื่นๆ แต่วิสัยทัศน์อันสวยหรูนี้ กลับสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับชีวิตจริงของคนไทยอีกนับล้าน
 

🔵 [วังวนหนี้ 12 ล้าน และการหมุนเงินแบบวันต่อวัน]

กวิตา วงศ์ยะเกษม เจ้าของธุรกิจแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 51 ปี คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด ปัจจุบันเธอแบกรับภาระหนี้สินรวมกว่า 12.1 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ในระบบกับสถาบันการเงิน 7 แห่ง (10 ล้านบาท) และหนี้นอกระบบ (2.1 ล้านบาท) ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นจาก 8 ล้านบาทเมื่อ 3 ปีก่อนที่รอยเตอร์เคยสัมภาษณ์เธอ

แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทลากจูงเรือบรรทุกน้ำมัน และต้องขับรถส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน Grab เพื่อหารายได้เสริม แต่เธอยังคงขาดสภาพคล่องถึงเดือนละ 50,000-60,000 บาท ทำให้ต้องหมุนเงินแบบวันต่อวันเพื่อจุนเจือครอบครัว ส่งลูกสาวสองคนเรียนหนังสือ และรักษาบ้านมูลค่า 3 ล้านบาทเอาไว้ จนสุดท้ายถูกสถาบันการเงิน 4 แห่งฟ้องร้องดำเนินคดี

🔵 [หนี้ครัวเรือน 85.2% กับกับดัก “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง”]

ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งขึ้นแตะ 85.2% ต่อ GDP (ณ สิ้นเดือนมิถุนายน) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 18 ปี และสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ปุณยวีร์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก SCB EIC ยอมรับว่านี่คือหนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุด
ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า วิกฤตนี้ไม่ได้เกิดจากแค่รายได้ที่ชะลอตัว แต่ยังมาจากพฤติกรรมการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลที่ง่ายเกินไป โดยเฉพาะบริการ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later) ที่พุ่งพรวดจาก 620,000 บัญชีในปี 2564 กลายเป็น 6.3 ล้านบัญชีในปีที่แล้ว ดันยอดสินเชื่อทะยานจาก 6.8 พันล้านบาท สู่ระดับ 4.07 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ สุรพล โอภาสเสถียร อดีตผู้บริหารเครดิตบูโร เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากผู้กู้ยืมทั้งหมด 27 ล้านรายในระบบ มีเพียงประมาณ 5 ล้านรายเท่านั้นที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่งเพียงพอ
 

🔵 [เป้าหมายของรัฐ vs ความเป็นจริงที่เอื้อมไม่ถึง]

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาโดยใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำที่ 1% และตั้งเป้าผลักดัน GDP ให้โตแตะ 3% ภายใน 3 ปี ผ่านการดึงดูดการลงทุนต่างชาติ (FDI)

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องเติบโตให้ถึงระดับ 5% จึงจะสามารถดึงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ให้ลดต่ำกว่าเส้นวิกฤตที่ 80% ได้ ซึ่งปีนี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้เพียง 2.3% เท่านั้น

สำหรับกวิตาและอีกหลายล้านครอบครัว การรอคอยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมหภาคอาจยาวนานเกินไป เธอทิ้งท้ายประโยคที่สะเทือนใจว่า “ถ้าถามว่าหนี้สินนี้จะหมดไปเมื่อไหร่… ชีวิตฉันคงจะจบสิ้นลงเสียก่อน”

💬 จากข้อมูลที่พบว่าคนไทยเข้าสู่วงจรหนี้ผ่านบริการ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)” เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าในเวลาไม่กี่ปี คุณคิดว่าการเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายดายผ่านแอปพลิเคชัน เป็นการช่วยเหลือเพิ่มสภาพคล่อง หรือเป็นกับดักที่ทำให้คนไทยเป็นหนี้เรื้อรังหนักกว่าเดิม?

ข่าวล่าสุด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/nation-story/story/378984591&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24foMo7sIxoDzOgGB14BSO