นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของธนาคารเป็นสิ่งที่ตลาดเป็นผู้กำหนดจากมุมมองด้านความเชื่อมั่นและโอกาสในการเติบโต ขณะที่บทบาทของธนาคารคือการสร้างปัจจัยพื้นฐาน ให้แข็งแกร่ง เพื่อสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม และรักษาความเชื่อมั่น ของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธนาคารยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของการลงทุน

ย้ำว่าบทบาทของธนาคารกรุงไทยไม่ได้เป็นเพียงสถาบันการเงิน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งและภาพลักษณ์ของเศรษฐกิจไทยในสายตานักลงทุนทั่วโลก

นายผยง กล่าวว่า หุ้นกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ เปรียบเสมือน “Proxy” หรือตัวแทนของเศรษฐกิจประเทศ เนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่สะท้อนกิจกรรมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม การค้า และบริการ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนใช้ประเมินคุณภาพและศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยและต่างชาติ ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพทางการเมืองที่มีความชัดเจนมากขึ้น การบูรณาการนโยบายระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น Reinvent Thailand รายงาน World Bank Flagship และการส่งเสริมการลงทุนของ BOI รวมถึงการยกระดับมาตรฐานประเทศผ่านการผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD การยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และหลักนิติธรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง นายผยงมองว่าความท้าทายสำคัญอยู่ที่การผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม (Execution) ควบคู่กับการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ขณะที่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งจากการเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน การวางตัวเป็นกลาง และการเป็นฐานด้านความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาว.