• Tue. Oct 13th, 2026

IMF คาดเศรษฐกิจโลกปี 2569 โต 3.1% เตือน 3 เสี่ยง

imf-คาดเศรษฐกิจโลกปี-2569-โต-3.1%-เตือน-3-เสี่ยงIMF คาดเศรษฐกิจโลกปี 2569 โต 3.1% เตือน 3 เสี่ยง

IMF คาดเศรษฐกิจโลกโต 3.1% ปี 2569 เตือนพลังงานแพง-หนี้สูง จำกัดแรงฟื้นตัว

เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ท่ามกลางสงครามและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ความสามารถในการรับมือแรงกระแทกกำลังเผชิญข้อจำกัด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดเศรษฐกิจโลกเติบโต 3.1% ในปี 2569 ก่อนฟื้นเป็น 3.4% ในปี 2570 พร้อมเตือนความเสี่ยงจากราคาพลังงาน การพึ่งพาการลงทุนปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาระหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวอ่อนแรงลง

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 IMF เปิดตัวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Outlook (WEO) ฉบับล่าสุด ระหว่างการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดย Silvana Tenreyro ที่ปรึกษาเศรษฐกิจและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF เป็นผู้แถลงรายละเอียด

Tenreyro ระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว แต่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงยังโน้มเอียงไปในทางที่อาจทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าคาด โดยประมาณการเติบโตปี 2569 ที่ 3.1% ลดลงจากปีก่อนหน้า 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์

พลังงานแพงกดต้นทุน ขณะที่ AI ช่วยพยุงการลงทุน

IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกกำลังได้รับอิทธิพลจากแรงขับเคลื่อนสองด้านที่แตกต่างกัน ด้านแรกคือสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น กระทบการจัดหาและขนส่งสินค้า เพิ่มต้นทุนการผลิต และชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

อีกด้านคือการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ซึ่งช่วยกระตุ้นการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ทำให้บางประเทศสามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ดังกล่าวไม่ได้กระจายไปยังทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

ประเทศที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีมีโอกาสได้รับแรงสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าพลังงานซึ่งมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจำกัด อาจเผชิญทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่ไม่เพียงพอ

รายงานตั้งสมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยไว้ที่ 95.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 ก่อนลดลงเป็น 87.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2570 โดย IMF คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปทั่วโลกจะอยู่ที่ 4.7% ในปี 2569 ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน คาดอยู่ที่ 3.9% ก่อนลดลงเป็น 3.7% ในปี 2570

เตือน 3 ความเสี่ยง ความสามารถรับวิกฤตเริ่มมีข้อจำกัด

ความเสี่ยงแรก คือสงครามและราคาพลังงาน แม้ตลาดโลกจะปรับตัวด้วยการเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง เพิ่มการผลิตจากแหล่งอื่น ใช้พลังงานสำรอง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แต่แนวทางเหล่านี้มีข้อจำกัด โดยเฉพาะเมื่อความขัดแย้งยืดเยื้อ

IMF ประเมินว่า หากไม่มีกลไกปรับตัวดังกล่าวรองรับ เศรษฐกิจโลกปี 2569 อาจเติบโตเพียง 2.5% ต่ำกว่ากรณีฐานที่ 3.1% อยู่ 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญอาจเพิ่มแรงกดดันต่อการผลิตและอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์

ความเสี่ยงที่ 2 คือการพึ่งพาการเติบโตของ AI มากเกินไป เนื่องจากการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานกระจุกตัวอยู่ในประเทศ อุตสาหกรรม และบริษัทเพียงบางกลุ่ม หากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามคาด อาจเกิดการปรับฐานของราคาสินทรัพย์และกระทบเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

ความเสี่ยงที่สามคือฐานะการคลังและหนี้สาธารณะ ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นทำให้รัฐบาลหลายประเทศต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น และเหลือเงินสำหรับสนับสนุนเศรษฐกิจน้อยลง หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นพร้อมกับความกังวลเรื่องฐานะการคลัง นักลงทุนอาจเรียกร้องผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้นอีก

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว IMF ประเมินว่า การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่อาจต่ำกว่ากรณีฐานประมาณ 0.5-0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในปี 2570 พร้อมเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

แนะฟื้นฐานะการคลัง ช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด

IMF เสนอให้ประเทศต่างๆ เพิ่มความพร้อมในการรับมือวิกฤตระยะยาว โดยประเทศที่มีหนี้สาธารณะและการขาดดุลสูงควรปรับฐานะการคลังให้หนี้และการขาดดุลมีแนวโน้มลดลง เพื่อให้รัฐบาลมีความสามารถใช้งบประมาณรองรับเหตุฉุกเฉินในอนาคต

มาตรการช่วยเหลือประชาชนควรเป็นมาตรการชั่วคราวและมุ่งไปยังกลุ่มเปราะบาง เพื่อบรรเทาผลกระทบโดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณระยะยาว ขณะที่ธนาคารกลางต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคา และป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่สูงขึ้นลุกลามไปสู่การปรับราคาสินค้าและค่าจ้างในวงกว้าง โดยพิจารณานโยบายให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ

IMF ยังย้ำถึงความสำคัญของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง พร้อมเสนอให้กระจายแหล่งพลังงาน แหล่งเทคโนโลยี และคู่ค้า ตลอดจนสร้างระบบสำรองในภาคส่วนสำคัญ เช่น พลังงาน อาหาร และน้ำ เพื่อให้เศรษฐกิจรับมือความเสี่ยงครั้งใหม่ได้ดีขึ้น

สารสำคัญของรายงานครั้งนี้คือ ประเทศต่างๆ ต้องเร่งเสริมความสามารถในการผลิตและปรับตัว ควบคู่กับการฟื้นฐานะการคลัง เพราะการประคองเศรษฐกิจเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากโลกต้องเผชิญแรงกระแทกต่อเนื่อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/imf-global-growth-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-qAJdZibg45P1OKx5ih35