สรุป 5 ประเด็นสำคัญ ผลประกอบการ Hermès ไตรมาส 3 ปี 2026
- Hermès ทำยอดขาย 9 เดือนแรก เติบโต 6% (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) รายได้รวมสะสมแตะ 12.3 พันล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยราว 4.65 แสนล้านบาท
- เฉพาะไตรมาสที่ 3 ทำรายได้ไปถึง 4.1 พันล้านยูโร ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั่วโลก
- กลุ่มเครื่องหนังและอานม้า เติบโตขึ้นถึง 10% ตามด้วยกลุ่มผ้าไหมและสิ่งทอ 7%
- ทวีปอเมริกา และญี่ปุ่นยังคงเติบโตขึ้น จากความภักดีของลูกค้าในพื้นที่ ขณะที่ตลาดเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังทรงตัวได้ดี +2%
- ‘Axel Dumas’ เผยความพร้อมรับปีใหม่ด้วยไลน์เสื้อผ้าบุรุษโดย ‘Grace Wales Bonner’ และการเปิดตัวคอลเล็กชั่นโอตกูตูร์โดย ‘Nadège Vanhée’ ในเดือนมกราคมนี้
จากรายงานข้อมูลผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2026 ของ Hermès สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทาย และตลาดลักชัวรีที่ซบเซา โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสะสมสูงถึง 12,300 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยราว 4.65 แสนล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 6% เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ และเติบโต 3% เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ซึ่งหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 ในส่วนของยอดขายเฉพาะไตรมาสที่ 3 ทำตัวเลขไปได้ถึง 4,100 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.55 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ส่งผลให้ทุกภูมิภาคทั่วโลก ยังคงสามารถรักษาการเติบโตเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ยกเว้นเพียงภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เผชิญภาวะชะลอตัวลงเล็กน้อย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจ และความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์

HERMES RTW SS27 Backstage VirgileGuinard
สรุปยอดขายแยกตามภูมิภาค
เมื่อเจาะลึกถึงยอดขายตามพื้นที่ทางภูมิภาค สิ้นเดือนกันยายน พบว่าทุกพื้นที่ทั่วโลกต่างโชว์สัญญาณการเติบโตในเชิงบวก โดยเฉพาะทวีปอเมริกาที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 13% ครอบคลุมทุกประเทศ และการดำเนินธุรกิจ พร้อมการรีโนเวท และเปิดสาขาใหม่ในหลายเมืองสำคัญ เช่น ซานดิเอโก ชิคาโก นิวยอร์ก และรีโอเดจาเนโร ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นเติบโตต่อเนื่อง 11% จากความภักดีของฐานลูกค้าท้องถิ่น พร้อมการเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ Hilton Plaza East ในโอซาก้า และสาขาในนาโกย่า ทางด้านเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่นเติบโตขึ้น 2% นำโดยผลงานที่แข็งแกร่งในเกาหลีใต้ ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ทรงตัวท่ามกลางบริบทที่ยากลำบาก พร้อมการรีโนเวท และขยายสาขาในปักกิ่ง ฮ่องกง ไทเป และเฉิงตู ด้านยุโรปที่ไม่รวมฝรั่งเศสเติบโต 9% และฝรั่งเศสเติบโต 2% มีเพียงภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งรวมถึงตะวันออกกลาง ที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 4% ประกอบกับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ที่สร้างแรงกดดันต่อรายได้รวมไปราว 310 ล้านยูโร ประมาณ 1.17 หมื่นล้านบาท
ผลงานแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ และความยั่งยืนในแบบฉบับ Hermès
ในส่วนของผลงานแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ กลุ่มเครื่องหนังและอานม้า ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่นที่สุด ด้วยตัวเลขพุ่งทะยานขึ้น 10% สะท้อนถึงความต้องการที่ล้นหลาม ทั้งในรุ่นคลาสสิก และดีไซน์ใหม่ๆ พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเตรียมเปิดโรงงานเครื่องหนังแห่งใหม่ในฝรั่งเศส ตามแผนงานถึงปี 2030 ตามมาด้วยกลุ่มผ้าไหมและสิ่งทอ 7% ขณะที่กลุ่มเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ และแอ็กเซสเซอรี่เติบโตเล็กน้อย 1% ในส่วนของกลุ่มน้ำหอม และบิวตี้ กลุ่มนาฬิกา และกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ยังคงมีการพัฒนา และบริหารจัดการสินค้าอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก
ก่อนปิดท้ายด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับความยั่งยืน โดย Hermès ยังคงสานต่อโมเดลความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ผ่านการบูรณาการบริหารจัดการผลกระทบทางธรรมชาติในระยะยาว ภายใต้โครงการริเริ่ม Science Based Targets for Nature (SBTN) ซึ่งได้รับการยอมรับด้วยการคงเรตติ้ง AA จาก MSCI ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางวิสัยทัศน์ภายใต้ธีมประจำปี Venture beyond ที่เชิญชวนให้ทุกคนร่วมค้นพบขอบฟ้าใหม่ๆ และขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://vogue.co.th/article/hermes-q3-revenue-2026-growth&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a_KtrTsuWBSTYCIsTDr7F

