• Fri. Aug 14th, 2026

โบรกลุ้น ‘2 มาตรการภาครัฐ’ จุดพลุกำลังซื้อ ไตรมาสสุดท้ายปี 69 

โบรกลุ้น-‘2-มาตรการภาครัฐ’-จุดพลุกำลังซื้อ-ไตรมาสสุดท้ายปี-69 โบรกลุ้น ‘2 มาตรการภาครัฐ’ จุดพลุกำลังซื้อ ไตรมาสสุดท้ายปี 69 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้ง “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” และ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ถูกจับตาว่าจะเข้ามาช่วยเสริมกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะ “การบริโภคและท่องเที่ยว” ส่งผลบวกต่อ “ตลาดหุ้น” จะเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านกลุ่มค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม รวมถึงไฟแนนซ์

โบรกลุ้น ‘2 มาตรการภาครัฐ’ จุดพลุกำลังซื้อ ไตรมาสสุดท้ายปี 69 

“พิริยพล คงวาณิช” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 และ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” มีแนวโน้มเป็นปัจจัยบวกต่อ “เศรษฐกิจและตลาดหุ้น” ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของเศรษฐกิจไทย

สำหรับมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 คาดจะใช้เม็ดเงินจากงบประมาณที่เหลือของวงเงินกู้ 2 แสนล้านบาท โดยมาตรการในเฟสแรกช่วยหนุน GDP ราว 0.3% ขณะที่เฟส 2 คาดจะช่วยเพิ่ม GDP ได้ประมาณ 0.2-0.3% ขึ้นอยู่ว่าวงเงินที่รัฐจะประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการในไตรมาส 4 ปี 2569 ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม

สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์ “ไทยช่วยไทย พลัส” ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและอาหารเครื่องดื่มน่าสนใจ โดยเฉพาะ CRC  และ CPALL ที่มีเครือข่ายร้านค้าครอบคลุม ขณะที่ ICHI และ CBG ได้แรงหนุนไฮซีซันไตรมาส 4 และความต้องการเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นจากเอลนีโญ ด้าน “ไทยเที่ยวไทย พลัส” คาดหนุนกลุ่มโรงแรม

“สรพล วีระเมธีกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” คาดมีผู้เข้าร่วมราว 26 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาทต่อเดือน แบ่งเป็นเงินประชาชน 1.8 หมื่นล้านบาท รัฐสนับสนุน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเม็ดเงินราว 50% อยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม  23% ในร้านค้าทั่วไป มาตรการดังกล่าวช่วยหนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยดัชนีมิ.ย. ฟื้นตัวจากพ.ค. สะท้อนกำลังซื้อและมุมมองเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

ด้านเศรษฐกิจมหภาคหากสามารถรักษาระดับใช้จ่ายผ่านโครงการได้ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี คาดจะช่วยเพิ่มการเติบโตเศรษฐกิจได้ราว 0.3% เดิมประเมินไว้ประมาณ 2% ส่งผลให้มีโอกาสปรับประมาณการ GDP ปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 2.2-2.3% มีแรงขับเคลื่อนหลักการบริโภคเอกชนและการลงทุน

สำหรับผลกระทบต่อตลาดทุน แม้มาตรการจะไม่สามารถใช้จ่ายกับบจ. ได้โดยตรง แต่จะส่งผลดีในลักษณะทางอ้อม โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าดั้งเดิม และร้านค้าชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับเม็ดเงินจากโครงการมากที่สุด

หุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ คาดผลเชิงบวกต่อผลประกอบการบจ. จะเริ่มเห็นชัดช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 จากไตรมาส 2 ปี 2569 ได้รับผลจากมาตรการเพียงเดือน มิ.ย. เดือนแรก ขณะที่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของปีจะเป็นช่วงที่เม็ดเงินโครงการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเต็มที่มากขึ้น

“ณัฐชาต เมฆมาสิน” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะ “ไทยช่วยไทย เฟส 2” และ “ไทยเที่ยวไทย” จะช่วยประคับประคองการบริโภคในประเทศ ท่ามกลางค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยมาตรการ “ไทยช่วยไทย” มีบทบาทช่วยพยุงกำลังซื้อและลดแรงกดดันต่อรายได้ประชาชน

แม้ยังไม่มีการประเมินผลต่อ GDP จากมาตรการโดยตรง แต่คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ส่วนใหญ่ปรับขึ้นมาเหนือ 2% แล้ว ขณะที่ “ไทยเที่ยวไทย” แม้ช่วยกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ แต่ตลาดยังมองการฟื้นตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยหลักสร้างแรงส่งต่อ GDP

ทั้งนี้ “ไทยช่วยไทย เฟส 2” มีเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐต่ออายุมาตรการหลังเฟสแรกสิ้นสุด โดยคาดว่ามาตรการจะมีระยะเวลา 3-4 เดือน และจุดเด่นคือภาครัฐสนับสนุนวงเงินสูงถึง 60% ส่วน “ไทยเที่ยวไทย” ยังรอรายละเอียดที่ชัดเจน คาดใช้เวลาอีก 1-2 สัปดาห์ และมีเป้าหมายผลักดันให้เริ่มใช้ภายในปีนี้

โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นทางอ้อม เนื่องจากผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงเป็นร้านค้าขนาดเล็กที่อยู่นอกตลาดฯ โดยกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งน่าจับตา ขณะที่ภาพรวมค้าปลีกมีแนวโน้มฟื้นตามกำลังซื้อที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการรัฐ กลุ่มไฟแนนซ์มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการที่ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สถานะทางการเงินของลูกหนี้ดีขึ้น มีส่วนทำให้คุณภาพหนี้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1247309&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-UKmR2l1dd9HumTv8MGsM