• Mon. Oct 26th, 2026

‘เอกนิติ’ ย้ำตัวเลข GDP ต้องถูกต้อง ใช้เป็นข้อมูลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เหมือนหมอวินิจฉัยโรค

‘เอกนิติ’-ย้ำตัวเลข-gdp-ต้องถูกต้อง-ใช้เป็นข้อมูลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-เหมือนหมอวินิจฉัยโรค‘เอกนิติ’ ย้ำตัวเลข GDP ต้องถูกต้อง ใช้เป็นข้อมูลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เหมือนหมอวินิจฉัยโรค

“เอกนิติ” ย้ำตัวเลข GDP ต้อง “ถูกต้อง” เปรียบตนเองเป็นหมอวินิจฉัยโรค ชี้ไทยมีความแตกต่างทางเศรษฐกิจจาก K ขาบนจากห่วงโซ่ AI โลก เร่งหาทางอุ้ม K ขาล่างแก้เหลื่อมล้ำ

  • นายเอกนิติเน้นย้ำว่าตัวเลข GDP และข้อมูลเศรษฐกิจต้องมีความถูกต้อง เพื่อให้รัฐบาลสามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ตรงจุด เปรียบเสมือนหมอที่ต้องการข้อมูลที่แม่นยำในการวินิจฉัยโรค
  • ตัวเลข GDP จะสูงหรือต่ำไม่สำคัญเท่ากับการที่รัฐบาลทราบถึงปัญหาที่แท้จริง เช่น การกระจายผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึง เพื่อจะได้ออกมาตรการแก้ไขได้ถูกต้อง
  • ชี้ว่าความท้าทายของเศรษฐกิจไทยคือการฟื้นตัวแบบ “K-Shaped” ซึ่งโจทย์สำคัญคือการช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม “K ขาล่าง” ให้ได้รับประโยชน์และเติบโตไปพร้อมกัน

วันนี้ (26 ต.ค.)  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงประเด็นที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) แนวโน้มเติบโตเกินกว่าร้อยละ 2.1 ว่าในเรื่องนี้การจัดทำตัวเลข GDP เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพัฒน์ หรือกระทรวงต่างๆ ในขณะที่ตนเองทำหน้าที่เป็นเหมือนหมอ

“หมอเนี่ยเราเป็นคนวินิจฉัยโรค ส่วนเครื่องมือเนี่ย วันนี้ถ้าเครื่องมือในการวินิจฉัยโรคไม่ถูกต้อง เราก็สามารถสั่งยาผิดได้ ก็เลยวันนี้เนี่ย GDP จะเป็นเท่าไหร่ไม่ได้สำคัญ แต่ขอให้ GDP ถูกต้อง ขอให้ตัวเลขในเชิงเศรษฐกิจมันถูกต้อง หมอจะได้วินิจฉัยโรคแล้วก็แก้ปัญหาได้ถูกต้อง” นายเอกนิติกล่าว

ทั้งนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับใดนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการที่รัฐบาลรู้ว่าแท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่ตรงไหน หากตัวเลขระบุว่า เศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ผลประโยชน์จากการเติบโตนั้นยังไม่กระจายตัว หน้าที่ของหมอก็คือต้องเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องของการกระจายตัว เพื่อให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

“หมอวินิจฉัยโรคก็คือต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วผมจะได้วินิจฉัยโรคได้ถูก และแก้ปัญหาได้ถูก” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า เหลื่อมล้ำของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันถือเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเรียกกันว่าภาวะ “K-Shaped” โดยจากการที่ตนได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมและหารือกับ คุณคริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และคุณอาเจ บังการ์ (Ajay Banga) ประธานธนาคารโลก (World Bank)

ได้สะท้อนมุมมองว่า ประเทศไทยถือว่าโชคดีที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก ทำให้ไทยมีกลุ่มธุรกิจที่เติบโตอยู่ในฝั่ง”K ขาบน”

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญที่สุดของประเทศในเวลานี้คือ “K ขาล่าง” ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการและแนวทางอย่างไรเพื่อให้คนไทยส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์และเติบโตไปพร้อมกันได้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257878&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17ToMMakUAd2_C0gviIUwY