• Fri. Aug 21st, 2026

“เอกนิติ” นำธุรกิจไทยหารือนิวซีแลนด์ ต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจระยะยาว | เดลินิวส์

“เอกนิติ”-นำธุรกิจไทยหารือนิวซีแลนด์-ต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจระยะยาว-|-เดลินิวส์“เอกนิติ” นำธุรกิจไทยหารือนิวซีแลนด์ ต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจระยะยาว | เดลินิวส์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ได้เป็นประธานร่วมกับนาย Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ และผู้บริหาร Invest New Zealand จัดงาน Business Meeting ณ นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเปิดเวทีให้ภาครัฐและเอกชน 2 ประเทศหารือโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่

ภายในงานมีผู้แทนภาครัฐและนักธุรกิจเข้าร่วมประมาณ 50 คน แบ่งเป็นฝ่ายไทย 20 คน และฝ่ายนิวซีแลนด์ 30 คน โดยฝ่ายไทยนำเอกชน 9 กลุ่มบริษัทเข้าร่วม ครอบคลุมพลังงาน อาหาร เกษตร โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และเครื่องดื่ม

นายเอกนิติ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เห็นโอกาสสำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะการยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture ซึ่งต้องเปลี่ยนจากการผลิตแบบเดิมไปสู่ระบบที่ใช้เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ขณะที่นักลงทุนนิวซีแลนด์มีความสนใจด้านเทคโนโลยีเกษตรในไทย

ตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวคือกรณีกลุ่มซีพี ผ่านบริษัท CPF ที่เข้าไปทำวิจัยด้านโปรตีนจากไก่ในนิวซีแลนด์ จากเดิมที่ไทยส่งออกไก่เป็นสินค้าเกษตรทั่วไป สามารถต่อยอดไปสู่การสกัดโปรตีนจากกระดูกไก่ เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง แสดงให้เห็นว่าเกษตรไทยต้องขยับไปสู่อุตสาหกรรมอาหารและชีวภาพมากขึ้น

อีกประเด็นคือความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยไทยและนิวซีแลนด์มีโจทย์คล้ายกันเรื่องต้นทุนพลังงาน นิวซีแลนด์ไม่มีโรงกลั่นน้ำมันของตนเอง และได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันนำเข้าสูงช่วงตะวันออกกลางตึงเครียด จึงให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าใช้พลังงานสะอาด 50%

นายเอกนิติ กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยเริ่มมีการจับคู่ธุรกิจแล้ว เช่น บริษัท บี.กริม และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีแนวโน้มร่วมมือกับพันธมิตรนิวซีแลนด์ในโครงการพลังงานสะอาด เพื่อให้การหารือเดินหน้าสู่โครงการจริง ไม่หยุดเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูล

สำหรับนักธุรกิจไทยที่ต้องการลงทุนในนิวซีแลนด์ หน่วยงานด้านการลงทุนของนิวซีแลนด์ได้เสนอสิทธิประโยชน์และระบบ Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และเร่งให้การลงทุนข้ามประเทศเกิดได้เร็วขึ้น คล้ายแนวทาง BOI Fast ของไทย

ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ กล่าวว่า เวทีนี้เป็นการเชื่อมผู้นำเอกชนไทยและนิวซีแลนด์ พร้อมแลกเปลี่ยนนโยบายอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งอาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยไทยและนิวซีแลนด์มีฐานความร่วมมือจาก FTA 3 ฉบับ ได้แก่ TNZCEP, AANZFTA และ RCEP

ทั้งนี้ ไทยต้องการดึงนักลงทุนนิวซีแลนด์ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในประเทศ พร้อมพาผู้ประกอบการไทยไปหาโอกาสในนิวซีแลนด์ โดยเน้น 3 สาขา ได้แก่ อาหารและชีวภาพ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นจุดที่ศักยภาพของทั้ง 2 ประเทศเกื้อหนุนกัน

นายเอกนิติ ยังให้ความมั่นใจกับนักลงทุนนิวซีแลนด์ว่า รัฐบาลไทยกำลังเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ผ่านมาตรการ Thailand FastPass พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และทักษะแรงงาน เพื่อรองรับการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ และชวนให้นิวซีแลนด์มองไทยเป็นฐานการผลิตและบริการเชื่อมอาเซียนเกือบ 700 ล้านคน

นายนฤตม์ กล่าวว่า ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้วัดเฉพาะเม็ดเงินลงทุนทันที แต่อยู่ที่การยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และการจับคู่จุดแข็งระหว่างนิวซีแลนด์ที่มีเทคโนโลยีเฉพาะทางกับไทยที่มีฐานการผลิต ตลาด และเครือข่ายภูมิภาค เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระยะยาว

สำหรับนักธุรกิจไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 9 กลุ่มบริษัท ประกอบด้วย ผู้แทนจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6128299/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7Vx-Cris7rvbiSxsN8G_