นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้หารือกับผู้บริหารของสถาบันจัดอันดับเครดิต 3 แห่ง ประกอบด้วย ฟิทช์ เรทติ้งส์ , เอส แอนด์ พี โกลบอล เรทติ้งส์ , และ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ในระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 69 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยได้เน้นย้ำกับทั้ง 3 สถาบันว่า เศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพโดยรวมที่ดี และสามารถรองรับความผันผวนจากภายนอกได้
“โดยเฉพาะโครงสร้างหนี้สาธารณะเกือบทั้งหมดกว่า 99% เป็นหนี้ภายในประเทศ จึงมีความเสี่ยงต่ำมากจากภาวะความผันผวนของการเงินโลก นอกจากนี้ ไทยยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 280,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึงเกือบ 2.5 เท่า และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกันชนสำคัญต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก”
นายเอกนิติกล่าวว่า ที่สำคัญประเทศไทยยังมีนโยบายยึดมั่นในกรอบนโยบายการคลังระยะปานกลาง โดยมุ่งรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ควบคู่กับการคงความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนจากภายนอก โดยมีแนวทางสำคัญคือการใช้มาตรการการคลังแบบมุ่งเป้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายภาครัฐ และการใช้นโยบายการคลังในระยะข้างหน้าจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นการใช้พลังงานสะอาดลดการพึ่งพาน้ำมัน รวมถึงการปฎิรูปเศรษฐกิจสู่การเติบโตระยะยาว ซึ่งเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5796784/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3c5dgnZoIby1a24_sRfX7j

