“คนโสด” ไม่ใช่แค่สถานะความสัมพันธ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของไทย เคทีซีชี้จำนวนครัวเรือนที่อยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนจากการซื้อเพื่อครอบครัว สู่การลงทุนกับคุณภาพชีวิต สุขภาพ การเดินทาง และสัตว์เลี้ยง พร้อมสะท้อนว่า “One-person Economy” จะเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกธุรกิจต้องเร่งปรับตัว
คนอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
ประเทศไทยอาจถูกจดจำในฐานะ “สังคมสูงวัย” แต่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ยังมีอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือการเพิ่มขึ้นของประชาชนที่เลือกหรือจำเป็นต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า สัดส่วนครัวเรือนที่มีผู้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว เพิ่มขึ้นจาก 22.3% ในปี 2564 เป็น 26.5% ในปี 2567 ขณะที่จำนวนสมาชิกเฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงเหลือเพียง 2.6 คน สะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “ครอบครัว” ไปสู่เศรษฐกิจที่ “คนหนึ่งคน” กลายเป็นหน่วยเศรษฐกิจสำคัญมากขึ้น
เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวมาจากหลายปัจจัย ทั้งคนรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตโสด ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังหลังบุตรหลานย้ายถิ่นฐาน การหย่าร้าง หรือการสูญเสียคู่ชีวิต แม้เหตุผลจะแตกต่างกัน แต่ผลที่เกิดขึ้นคือรูปแบบการบริโภคของคนไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
“หนึ่งคน” คือหนึ่งครัวเรือนที่มีความต้องการครบวงจร
เมื่อคนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย สุขภาพ การเดินทาง และการวางแผนอนาคตด้วยตนเอง ความต้องการสินค้าและบริการจึงเปลี่ยนตามไปด้วย
ร้านอาหารเริ่มพัฒนาเมนูสำหรับผู้บริโภคที่มาคนเดียว ที่อยู่อาศัยมีขนาดกะทัดรัดแต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้น ขณะที่การวางแผนทางการเงินเน้นเงินสำรองฉุกเฉิน การออมเพื่อเกษียณ และการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการแบ่งเบาภาระภายในครอบครัว
ขณะเดียวกัน สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนคลายเหงาอีกต่อไป แต่กลายเป็นสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของพร้อมลงทุนทั้งค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ และบริการด้านไลฟ์สไตล์
ด้านการท่องเที่ยว ตลาดเดินทางคนเดียว (Solo Travel) ก็ขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ คุณภาพชีวิต และอิสระในการออกแบบการใช้ชีวิตมากขึ้น
เคทีซีพบผู้บริโภคเลือกใช้เงินกับ “คุณภาพชีวิต”
ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิกเคทีซีในปี 2569 สะท้อนภาพเดียวกัน แม้ผู้บริโภคจะบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน แต่ยังคงเลือกใช้จ่ายในหมวดที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือยอดใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีในประเทศเกาหลีใต้เติบโตถึง 40% สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ลดการใช้จ่ายทุกด้าน แต่เลือกใช้เงินกับสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่อตนเอง
จาก Demographic สู่ Lifestyle ธุรกิจต้องเปลี่ยนวิธีคิด
เคทีซีมองว่า การทำความเข้าใจผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่อาจอาศัยเพียงข้อมูลพื้นฐานอย่างอายุ รายได้ หรืออาชีพอีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจ “รูปแบบการใช้ชีวิต” (Lifestyle)
คนวัยเดียวกัน มีรายได้ใกล้เคียงกัน อาจมีความต้องการทางการเงินแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากคนหนึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัว แต่อีกคนใช้ชีวิตเพียงลำพัง ความแตกต่างนี้กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และบริการทางการเงินให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการแบ่งกลุ่มลูกค้าด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์ (Demographic) ไปสู่การทำความเข้าใจพฤติกรรมและวิถีชีวิต (Lifestyle-based Segmentation) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต
One-person Economy โอกาสใหม่ของทุกอุตสาหกรรม
สิ่งที่ภาคธุรกิจควรจับตา ไม่ใช่เพียงจำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น แต่คือการเติบโตของ One-person Economy หรือ “เศรษฐกิจของคนหนึ่งคน”
แนวโน้มนี้กำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อาหาร ที่อยู่อาศัย บริการทางการเงิน ประกันภัย สุขภาพ สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการท่องเที่ยว เพราะผู้บริโภคหนึ่งคนในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงลูกค้าหนึ่งราย แต่เป็น “หนึ่งครัวเรือน” ที่มีความต้องการครบทุกมิติ
สำหรับภาคธุรกิจ ความได้เปรียบในอนาคตอาจไม่ได้อยู่ที่การมีสินค้าและบริการมากที่สุด หากแต่อยู่ที่การเข้าใจว่า ลูกค้าแต่ละคนใช้ชีวิตอย่างไร มีภาระและความต้องการแบบใด ก่อนออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด คำว่า “โสด” อาจเป็นเพียงสถานะทางสังคม แต่การใช้ชีวิตเพียงลำพังคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังนิยามเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ และกำลังทำให้ “คนหนึ่งคน” กลายเป็นศูนย์กลางของการออกแบบสินค้า บริการ และระบบการเงินในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/665687&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JtUnQpzYsqXt2FL29lRqF

