• Fri. Aug 14th, 2026

‘เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ’ สหรัฐเล็งปิดล้อมอิหร่านไม่มีกำหนด

‘เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ’-สหรัฐเล็งปิดล้อมอิหร่านไม่มีกำหนด‘เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ’ สหรัฐเล็งปิดล้อมอิหร่านไม่มีกำหนด

สหรัฐขู่คงการปิดล้อมทางทะเลอิหร่านต่อไปไม่มีกำหนด เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะการเจรจาหยุดยิงล้มเหลว อุปทานน้ำมันลดสวนทางความตึงเครียดในภูมิภาค

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า กองทัพสหรัฐอาจคงกำลังทางทะเลไว้ในภูมิภาคเพื่อปิดล้อมอิหร่านต่อไป ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอย่างรุนแรง

“กองทัพเรือสหรัฐสามารถปิดล้อมแบบนั้นได้ไม่มีกำหนด เพราะเราสับเปลี่ยนเรือเข้าออกอย่างที่เราทำ และจะทำต่อไป” นายเฮกเซธกล่าวระหว่างเดินทางไปปานามา

ทั้งนี้ หลังจากข้อตกลงเบื้องต้นในเดือน มิ.ย.เพื่อยุติสงครามได้พังทลายลง อิหร่านก็พยายามควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยโจมตีเรือบางลำที่พยายามแล่นฝ่าเข้ามา เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้เคยใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลกก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นในเดือน ก.พ.

ล่าสุดสำนักข่าว WAM ของทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รายงานว่า เรือสองลำของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี รัฐวิสาหกิจน้ำมันของยูเออี ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี รัฐบาลยูเออีประณามว่าเป็นการโจมตีของอิหร่าน

ปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 8 ลำในวันอังคาร (11 ส.ค.) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 วันที่ประมาณ 12 ลำ และ 130 ถึง 140 ลำก่อนสงคราม

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างเสมอมาว่า สหรัฐ “ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไว้ได้ทั้งหมด” แต่ฝ่ายอิหร่านโพสต์ X สวนกลับว่า คำอ้างเหล่านั้น “ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดและจะไม่มีวันเปิดจนกว่าเงื่อนไขของอิหร่านจะได้รับการยอมรับ” เงื่อนไขดังกล่าวรวมถึงการยกเลิกคว่ำบาตรและปล่อยสินทรัพย์อิหร่านที่ถูกอายัดไว้

สหรัฐยกเลิกการปิดล้อมการขนส่งทางเรือและท่าเรือของอิหร่านเป็นเวลาหนึ่งเดือนในช่วงกลางเดือนมิ.ย. แต่กลับมาปิดล้อมอีกครั้งในภายหลัง ส่งผลให้รัฐบาลเตหะรานขาดแหล่งรายได้หลักจากเงินตราต่างประเทศ และยิ่งซ้ำเติมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในช่วงสงคราม

ก่อนหน้านี้วอชิงตันเคยกล่าวว่า จะยกเลิกปิดล้อมอิหร่านหากอิหร่านและโอมานซึ่งอยู่คนละฝั่งช่องแคบ บรรลุข้อตกลงฟื้นฟูการขนส่งสินค้าได้

ความตึงเครียดกระหน่ำซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก เมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า ปีนี้อุปทานน้ำมันโลกจะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 4% จากที่เดือนก่อนเคยคาดการณ์ว่าจะลดลง 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ส่วนราคาน้ำมันในวันพฤหัสบดีลดลงกว่า 2% หลังจากขึ้นมาหนึ่งสัปดาห์ นักลงทุนสนใจสัญญาณความต้องการโลกอ่อนแอและน้ำมันดิบสำรองสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่รายงานข่าวที่ว่า ฮูตีของเยเมนที่มีอิหร่านหนุนหลังใช้โดรนเล่นงานโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอารัมโคก็สั่นสะเทือนตลอด ก่อให้เกิดความวิตกรอบใหม่เรื่องสงครามขยายวงถึงระดับภูมิภาค

นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะลดลงอย่างมากผลจากสงคราม และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในบางพื้นที่ โดยเตือนว่าผลกระทบจะทวีความรุนแรงขึ้นหากสงครามไม่ยุติลงในเร็ววัน

ที่มา: รอยเตอร์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1247372&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uDWDFHAifX7Wu8S3Z8x1q