การเมือง
“อนุทิน” เปิดทำเนียบต้อนรับ “หวัง อี้” หารือยกระดับการค้า-การลงทุนไทย-จีน ดันสินค้าเกษตรไทย ขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมอนาคต
วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.03 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับ
การหารือครั้งนี้มีสาระสำคัญอยู่ที่การกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ซึ่งทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกัน ท่ามกลางบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งด้านพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขันทางการค้า
นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้หารือถึงแนวทางผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย ขณะที่ฝ่ายไทยยังต้องการให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเพิ่มช่องทางการค้า การเชื่อมโยงตลาด การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ และการส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาค
บรรยากาศการพบหารือเป็นไปอย่างชื่นมื่นและเป็นกันเอง โดยทำเนียบรัฐบาลได้จัดอาหารว่างต้อนรับคณะผู้แทนจีนด้วยเมนูไทย เช่น ทุเรียน ข้าวหลาม ลูกชุบ และขนมสอดไส้ สะท้อนการใช้วัฒนธรรมอาหารไทยเป็นส่วนหนึ่งของการทูตเชิงเศรษฐกิจ เพื่อประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์สินค้าไทยและเพิ่มมูลค่าทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการเจรจาระดับรัฐบาล
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีได้นำคณะของนายหวัง อี้ เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน โดยใช้รถยนต์ไฟฟ้า BYD ซึ่งเป็นแบรนด์สัญชาติจีน สะท้อนสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่จีนมีศักยภาพสูง และเป็นทิศทางการลงทุนที่ไทยต้องการผลักดันในอนาคต
การพบหารือครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ยังมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน สินค้าเกษตร อาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และห่วงโซ่อุปทานใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/473791&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lbh5JYxzPENDF1wy3pJlQ

