• Tue. Nov 3rd, 2026

‘อนุทิน’ สั่งปลุกเศรษฐกิจอีสาน เคาะ 36 โครงการควิกวิน-ระยะยาว 3.5 หมื่นล้าน

‘อนุทิน’-สั่งปลุกเศรษฐกิจอีสาน-เคาะ-36-โครงการควิกวิน-ระยะยาว 3.5-หมื่นล้าน‘อนุทิน’ สั่งปลุกเศรษฐกิจอีสาน เคาะ 36 โครงการควิกวิน-ระยะยาว 3.5 หมื่นล้าน

3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ว่า ภาพรวมของการเดินทางมาลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนครั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาใน 4 มิติสำคัญ ซึ่งได้แก่ การผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร การพัฒนาการค้าชายแดน การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี

“คณะรัฐมนตรีสัญจรในแต่ละครั้งก็ถือว่าเป็นโอกาสให้เราได้ส่องไฮไลท์ไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลได้เห็นทั้งปัญหาและโอกาส และได้รับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในพื้นที่นั้นอย่างใกล้ชิด และเมื่อมีการนำเสนอข่าวเผยแพร่ออกไปแล้ว ก็จะเป็นการเชื่อมโยงให้พี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้สัมผัสกับความเฉพาะตัว และมีความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่ถูกนำเสนอขึ้นมาด้วย” นายอนุทิน กล่าว

ตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหาร ดัน 3 พืชเศรษฐกิจสำคัญ

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาใน 4 มิติสำคัญ มิติแรก ก็คือการยกระดับการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร รัฐบาลเน้นยกระดับราคาสินค้าเกษตรด้วยการผลิตรูปแบบใหม่ ๆ และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและอุตสาหกรรมชีวภาพ 

ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศึกษาแนวทางการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหารและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของไทย รัฐบาลยังจะผลักดันการพัฒนาพืชเศรษฐกิจสำคัญ 3 กลุ่ม โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรให้เป็นทั้งแหล่งอาหารและแหล่งพลังงานแห่งอนาคต

กลุ่มแรก ก็คือข้าว เราจะเน้นคุณภาพ เพิ่มมูลค่า และการปรับการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า โดยจะทำการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้มาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น และส่งเสริมการทำนาข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กลุ่มที่สองคือยางพารา เราจะเร่งแปรรูปยางดิบมุ่งสู่นวัตกรรมมูลค่าสูง เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ราคายางสูงขึ้นมามาก เราจะพยายามที่จะรักษาฐานราคาของราคายาง และโดยการเพิ่มมูลค่าทางด้านนวัตกรรมให้กับธุรกิจ แล้วก็ทางภาคการเกษตรทางด้านยางพาราเหล่านี้ให้สามารถรักษาระดับราคาได้ให้ยืนยาวที่สุด

กลุ่มที่สาม คือพืชพลังงาน ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง จะเน้นการผลิตพลังงานชีวภาพ ต่อยอดเป็นพลังงานสะอาด เพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตรและลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งหมดนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และภาคเอกชน โดยยึดหลักการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางอาหารและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย มีเป้าหมายก็คือการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร และผลักดันให้ภาคอีสานเป็นฐานการผลิตอาหารคุณภาพที่สำคัญของโลก

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี

สั่งสศช. ศึกษาตั้งเขตศก.พิเศษ สนามบินบึงกาฬ

มิติที่ 2 ก็คือการพัฒนาการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง การคมนาคม และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ผ่านการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ North Eastern Economic Corridor รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพิ่มเติม รวมทั้งศึกษาความพร้อมในการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ และพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเราต้องการยกระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดให้เป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาค

ดึงคนท่องเที่ยวทั้งปี-แก้ปัญหายาเสพติด

มิติที่ 3 ก็คือเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว เราจะใช้จุดเด่นของแต่ละจังหวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ พร้อมเชื่อมโยงให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในการนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็จะเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อไป

มิติสุดท้าย คือการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและครบวงจร ซึ่งเราก็จะเน้นทั้งการปราบปราม การป้องกัน และการฟื้นฟู รัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการปรับปรุงระบบฐานข้อมูล และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหายาเสพติดต่อไป 

ขณะเดียวกัน ในด้านการบำบัดรักษาและการฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด เราจะต่อยอดจากแนวทางอุดรโมเดล Plus ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดอย่างครบวงจรของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ซึ่งรัฐบาลก็จะให้ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาร่วมเป็นเครือข่ายในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป 

นายกฯ ระบุว่า ครม.สัญจรครั้งนี้เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า เราต้องการพัฒนาทุกภูมิภาคของประเทศ โดยคำนึงถึงความเฉพาะตัวในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เราสามารถแก้ปัญหาและส่งเสริมศักยภาพของแต่ละพื้นที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยจะมีการประชุม ครม.สัญจรนี้ไปในทุกภาคของประเทศ และเมื่อครบทุกภาคแล้วจะลงไปในส่วนย่อยในแต่ละจังหวัดที่รัฐบาลเห็นว่ามีศักยภาพและสามารถที่จะตอบสนองความต้องการด้านต่าง ๆ ของประชาชนได้

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี

ปั้นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เกษตรกรรายได้เพิ่ม

นายกฯ ย้ำว่า ในส่วนของภาคอีสานตอนบนนี้ เป้าหมายของรัฐบาลก็คือ เกษตรกรต้องมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น สินค้าเกษตรต้องมีมูลค่าสูงขึ้น พื้นที่ชายแดนต้องเป็นประตูเศรษฐกิจของภูมิภาค และการท่องเที่ยวสร้างรายได้สู่ชุมชน และประชาชนต้องปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้เราก็ได้มอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ไปดูแลทั้งหมด

สำหรับสินค้าเกษตรนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานว่า สินค้าเกษตรหลายตัวมีราคาเฉลี่ยทั้งประเทศปรับสูงขึ้นแล้ว เช่น ข้าวนาปีหอมมะลิ ขึ้นมาเป็น 16,100 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 8,750 บาทต่อตัน มันสำปะหลัง เป็นราคา 3.25 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบชั้น 3 ราคา 83 บาทต่อกิโลกรัม และผลปาล์มน้ำมันทะลาย ราคา 7.86 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าในช่วงนี้สินค้าทางภาคเกษตรได้มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องเร่งเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรเหล่านี้ เพื่อที่จะทำให้ความต้องการในตลาดโลก ในสภาวการณ์ของโลกที่ยังมีความขัดแย้งในหลายภูมิภาคอยู่ คงต้องมีความต้องการทางด้านอาหารเป็นจำนวนมาก แล้วประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีความพร้อมที่จะแสดงให้โลกได้เห็นว่า เราสามารถเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับมิตรประเทศของเราได้ 

เพราะฉะนั้นเราต้องแสวงหาแนวทางในการยกระดับสินค้า เพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อให้ความต้องการยังคงอยู่ และราคาก็จะปรับฐานขึ้นมา แล้วก็สามารถทำให้พี่น้องชาวเกษตรกร หรือแม้กระทั่งผู้ที่ประกอบอุตสาหกรรมทางด้านอาหาร แปรสภาพอาหาร สามารถที่จะใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มความมั่นคง เพิ่มรายได้ เพิ่มโอกาสให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี

ชวนคนเที่ยวมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี

นายกฯ กล่าวช่วงท้ายว่า รัฐบาลขอประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้เปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว งานนี้จะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเพิ่มองค์ความรู้ด้านการเกษตร และการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานี รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง 

จึงขอเชิญชวนประชาชนทั้งหลาย ได้มาท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดอุดรธานี และได้ไปชมมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ ซึ่งจะได้รับความเพลิดเพลิน และได้รับองค์ความรู้ ได้รับสิ่งที่สวยงาม และสามารถที่จะหาข้อมูลใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ในการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง

เคาะ 36 โครงการ Quick Win-ระยะยาว 3.5 หมื่นล้าน 

ต่อมา แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ที่ประชุมครม.สัญจร เห็นชอบข้อเสนอโครงการและมาตรการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 แบ่งการจัดลำดับโครงการออกเป็น 2 ระยะหลัก คือ มาตรการเร่งด่วน (Quick Win) และโครงการระยะยาว รวมทั้งสิ้น 36 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท 

ทั้งนี้มีข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน (Quick Win)  จำนวน 21 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 950,515,300 บาทและข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว จำนวน 15 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 34,113,810,700 บาท โดยที่ประชุม ครม.สัญจรยังได้มอบหมายภารกิจให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดลำดับความสำคัญของโครงการ จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเดินหน้าโครงการตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ในการพิจารณาของ ครม.พบว่าข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้มีการจัดลำดับกรอบโครงการออกเป็น 2 ระดับระยะเวลาได้แก่ 

1.ข้อเสนอมาตรการเร่งด่วนที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อน (Quick Win / ระยะสั้น) ที่มุ่งเน้นโครงการที่มีความพร้อมสูงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับชุมชน จำนวนรวม 21 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 950,515,300 บาท โดยมีโครงการสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตโคขุนลุ่มน้ำโขง สู่เกษตรแปรรูปมูลค่าสูงกลุ่มสบายดี , โครงการส่งเสริมการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารกลุ่มสบายดี และโครงการจ้างที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืน โครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ เป็นต้น

2.ข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับระบบโลจิสติกส์ การแพทย์ และการท่องเที่ยวระดับสากล มีจำนวนรวม 15 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมกว่า 3.4 หมื่นล้านโครงการสำคัญ เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจรทางหลวงแนวใหม่ เชื่อม ทล.2 – ทล.222 (อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี – จ.บึงกาฬ) วงเงิน 27,085,956,900 บาท

โครงการศึกษาความเหมาะสมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 7, โครงการพัฒนาศูนย์เชี่ยวชาญระดับพรีเมี่ยมสาขาโรคหัวใจและการปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลอุดรธานี งบประมาณ 622,867,700 บาท และโครงการก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง งบประมาณ 1,757,950,000 บาท เป็นต้น 

ทั้งนี้ที่ประชุม ครม.สัญจร มอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบหลักเร่งขับเคลื่อนภารกิจให้หน่วยงานต่างๆขับเคลื่อนงานต่อเนื่องภายหลังจากการประชุม ครม.สัญจร โดยกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายให้ประสานสำนักงบประมาณ และ สศช. พิจารณาความเหมาะสมและความพร้อมโครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ เพื่อจัดหาแหล่งเงินจ้างที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เวนคืนต่อไป กระทรวงมหาดไทย และ สศช. ได้รับมอบหมายให้ศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดบึงกาฬ

ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับ กระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกระทรวงมหาดไทย รับข้อเสนอด้านการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และการกระจายรายได้ ไปบรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจำปี

รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาความเหมาะสมขอยกเว้นปฏิบัติตามมติ ครม. ในเรื่องค่าใช้จ่ายปลูกป่าทดแทนพื้นที่สำหรับโครงการมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569  และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว ต่อเนื่องจากมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีต่อเนื่อง เพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย นำข้อเสนอด้านการป้องกัน เฝ้าระวัง และปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่และชายแดน ไปประกอบการจัดทำแผนภาพรวมของประเทศ ส่วนกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวง พม. ดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/672851&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W4HxEfrqxnZh0ynYQ-g_h