หอการค้าฯ ชง 3 วาระใหญ่ถึงนายกฯ ดันตั้ง กรอ.ทุกมิติ ผนึกรัฐ-เอกชนฟื้นเศรษฐกิจไทย ชูปราบคอร์รัปชัน ปฏิรูปเกษตร เร่งเจรจาการค้าโลก พร้อมอัด 10 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับขีดแข่งขัน กระจายการเติบโตสู่ทุกภูมิภาค
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารภาครัฐ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
โดยภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ 3 ด้าน เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้ พร้อมสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน
ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมฉายภาพนโยบายรัฐบาลที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน
ในการหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนได้นำเสนอข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันประเทศ
หอการค้าฯ เสนอให้เร่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ผ่านการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ’ ที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม พร้อมเดินหน้าโครงการ Reinvent Thailand เพื่อรวบรวมข้อเสนอเร่งด่วนในการทบทวนกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ก่อนเสนอให้ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลพิจารณาปรับปรุง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้กับเกษตรกรกว่า 30 ล้านคน ผ่านการยกระดับทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันการเจรจาการค้าระหว่างประเทศและการดึงดูดการลงทุน โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะทำงานบูรณาการทุกภาคส่วน รวมถึงสนับสนุนสินค้า Made in Thailand และผู้ประกอบการไทยที่เคยได้รับการส่งเสริมจาก BOI ผ่านมาตรการและสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ
พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) รายสาขา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างครอบคลุม ทั้งด้านพาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว การศึกษา AI และเทคโนโลยี พลังงาน โลจิสติกส์ และ SMEs
2. 10 มาตรการเร่งด่วนฟื้นเศรษฐกิจไทย
ภาคเอกชนเสนอแนวทางเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
- กระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง
- ลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ โดยเร่งลดราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม
- เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และจัดตั้งโครงการค้ำประกันสินเชื่อในลักษณะเดียวกับ SMEs Credit Boost พร้อมจัดระเบียบฐานข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs (Cleansing Data) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุด
- แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและภาระหนี้สินของประชาชน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้
- ปกป้องตลาดภายในประเทศจากการทุ่มตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
- ส่งเสริมการส่งออกและขยายตลาดใหม่ พร้อมปรับปรุงภาษีนำเข้าวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนการผลิต
- ฟื้นฟูภาคการเกษตรและยกระดับรายได้เกษตรกร โดยวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาคบริการ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
- ปฏิรูประบบราชการและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ด้วยการเพิ่มความโปร่งใสและนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการภาครัฐ
- พัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน และฟื้นฟูจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
นอกจากนี้ หอการค้าฯ ยังเสนอให้มีการตรวจสอบย้อนหลังโครงการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาของภาครัฐ (Post Audit) ผ่านการกำหนดเงื่อนไขใน TOR เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น อาทิ การต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว การปรับปรุงระบบ e-Work Permit และการยกระดับศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ ผ่านการปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของประเทศอย่างเป็นระบบ
3. ดันแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ภาค ปลุก EEC
ภาคเอกชนยังเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคผ่านโครงการสำคัญในหลายสาขา
ด้านเกษตรและอาหาร เสนอ 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ การยกระดับผลไม้ไทยทั้งระบบผ่านการจัดตั้ง “คณะกรรมการผลไม้แห่งชาติ” การผลักดันกาแฟโรบัสต้าไทยสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง และการยกระดับมาตรฐานเกษตรปลอดภัยสู่ระดับสากล
ด้านการท่องเที่ยว เสนอ 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ Andaman Tourism Safety Sandbox ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และพังงา การพัฒนาการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การส่งเสริมการท่องเที่ยวสุขภาพภายใต้ Andaman Wellness Corridor การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอ่าวไทย Thailand Riviera และการยกระดับระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ส่วนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน” เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM2.5 และไฟป่าอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของข้อเสนอจากภาคเอกชน พร้อมเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งกลไก กรอ.ในด้านต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งขอให้หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยช่วยประชาสัมพันธ์การพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ไปยังเครือข่ายภาคธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-chamber-proposes-economic-rescue/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tDToESuI8lwiKJgPS5qNL

