• Mon. Jul 13th, 2026

ส.อ.ท. หนุนใช้ E20 ลดพึ่งน้ำมันนำเข้า ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพ | เดลินิวส์

สอท.-หนุนใช้-e20-ลดพึ่งน้ำมันนำเข้า-ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพ-|-เดลินิวส์ส.อ.ท. หนุนใช้ E20 ลดพึ่งน้ำมันนำเข้า ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพ | เดลินิวส์

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอให้ภาครัฐเดินหน้าส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 มากขึ้น หลังมองว่าไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนที่สูง ขณะที่ประเทศมีวัตถุดิบผลิตเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลังเพียงพอ หากใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตได้ในประเทศมากขึ้น จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมัน กระจายรายได้สู่ภาคเกษตร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข้อมูลจากงานสัมมนา ‘ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง’ ระบุว่า ประเทศไทยยังนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 92% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 3,600 ล้านบาท จึงมีข้อเสนอให้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ

‘ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล’ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ไทยมีความพร้อมในการผลิตไบโอเอทานอล (Bioethanol) จากอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ การใช้เอทานอลจึงช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และสอดรับกับแนวทาง BCG Economy

พร้อมกล่าวว่า อุตสาหกรรมเอทานอลสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้หลายภาคส่วน ตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง โดยในปี 2568 มีมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 1.34 แสนล้านบาท เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังกว่า 1 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 4 ล้านคน จากพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 20 ล้านไร่ 

ด้าน ‘ดร.เสกสรรค์ พรหมนิช’ รองประธานด้านไบโอฟูเอล กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า E20 เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยประเมินว่า หากประเทศไทยผลักดันการใช้ E20 ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะมีการใช้เอทานอลประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 3.12 ล้านตัน

นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างบราซิลและอินเดียที่ผลักดันการใช้เอทานอลเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า โดยบราซิลกำหนดให้ผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินอย่างน้อย 30% และพัฒนารถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงหลายรูปแบบ ขณะที่อินเดียเริ่มใช้ E20 ทั่วประเทศในปี 2568 พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 27%

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมเห็นว่า การส่งเสริมการใช้ E20 ควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงาน จะช่วยเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ ลดการนำเข้าน้ำมัน ทำให้รายได้หมุนเวียนกลับสู่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรม พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6023934/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IimDyOIePIx-1UT6zSs3Z