เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ขยายตัว 4.5% สูงกว่าคาดและเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน หลังการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีเติบโตแข็งแกร่ง ช่วยชดเชยวิกฤติอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคที่ซบเซา ขณะที่การลงทุน 9 เดือนแรกหดตัวแรง สะท้อนเศรษฐกิจจีนที่พึ่งพาการผลิตและส่งออกตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
- เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 3 ของปีขยายตัว 4.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
- ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตคือภาคการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี
- การเติบโตของภาคการส่งออกช่วยชดเชยผลกระทบจากวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์และความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ในวันนี้ว่าเศรษฐกิจจีนขยายตัวได้ 4.5% โดยได้แรงหนุนจาก “การส่งออกสินค้าเทคโนโลยี” ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบส่วนใหญ่จากวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ที่รุนแรงขึ้น และความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ยังซบเซา
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4.4% และเร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยตัวเลขที่ดีเกินคาดในครั้งนี้ยังช่วยลดแรงกดดันต่อรัฐบาลจีนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกเพิ่มเติม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประจำปี
ตลอดทั้งปีนี้ รัฐบาลจีนพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก แต่การส่งออกก็กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความต้องการภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ และความตึงเครียดทางการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ยุทธศาสตร์ของจีนที่มุ่งเปลี่ยนทิศทางการปล่อยสินเชื่อและการจัดสรรทรัพยากรจากภาคอสังหาริมทรัพย์ไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างภาคเศรษฐกิจต่างๆ โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกที่แข็งแกร่งช่วยบดบังปัญหาการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังอ่อนแอ
ตลอด 9 เดือนระหว่างเดือนม.ค.-ก.ย. เศรษฐกิจจีนขยายตัว 4.6% ซึ่งอยู่ภายในกรอบเป้าหมายการเติบโตทั้งปีของรัฐบาลที่ 4.5-5%
หากเทียบเป็นรายไตรมาส เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ขยายตัว 1.2% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.1% และเร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 0.9%
ส่งออกพุ่ง หนุนเกินดุลการค้าทะยาน
จีนเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.ย. หลังการส่งออกขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้จีนมีแนวโน้มทำสถิติเกินดุลการค้าสูงกว่าระดับ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว และอาจยิ่งทำให้ความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้ารายใหญ่รุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้อตกลงกับอียูเพื่อจำกัดการส่งออก “รถยนต์ไฮบริด” จากจีน อาจส่งผลกระทบต่อการค้ารถยนต์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งได้เพิ่มมาตรการสนับสนุนผู้ซื้อบ้าน ประกาศมาตรการส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี พร้อมจัดสรรวงเงินก่อหนี้ภาครัฐที่ยังไม่ได้ใช้จำนวน 5.5 แสนล้านหยวน เพื่อบรรเทาปัญหาทางการเงินของรัฐบาลท้องถิ่น และขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ทางการจีนยังเพิ่มมาตรการสนับสนุนทางการคลัง โดยขยายมาตรการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับธุรกิจเอกชนขนาดเล็กและผู้บริโภค รวมถึงนำวงเงิน 8 แสนล้านหยวนจากเครื่องมือจัดหาเงินทุนตามนโยบายมาใช้กระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังคงหดตัว 4.2%
การลงทุน 9 เดือน หดตัว 7.2%
สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ปรับตัวลดลง 7.2% ซึ่งเป็นอัตราการหดตัวเท่ากับช่วงเดือนม.ค.-ส.ค. หรือในช่วง 8 เดือนแรกของปี โดยการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ช่วง 9 เดือนแรกของปีลดลงถึง 20.6%
ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ขยายตัว 1.1% เร่งตัวขึ้นจากเดือนส.ค. ที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขยายตัว 0.6% โดยเป็นการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.
รัฐบาลจีนยังคงหลีกเลี่ยงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากการส่งออกสินค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับ AI น่าจะช่วยให้จีนบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปีได้
ด้านผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ขยายตัว 5.5% เร่งขึ้นจากเดือนส.ค.ที่ขยายตัว 5.2% และสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ โดยเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 6 เดือน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1256883&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17snFYaEK7qHqMPA_vwh_e

