• Sun. May 10th, 2026
สำรวจสำรวจ

กว่างโจวเริ่มต้นบนเส้นทาง’จีนทำได้’มุ่งสู่เส้นชัยกับ’เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ’ (Low-altitude economy)

ระหว่างไปดูงานและรายงานข่าวของคณะผู้สื่อข่าวกลุ่มประเทศ APEC มีอยู่คำหนึ่งซึ่งพวกเราได้บินกันบ่อยเป็นพิเศษ นั่นคือ Low-altitude economy หรือภาษาจีนว่า ‘ตีคงจิงจี้’ (低空经济)  แปลตรงๆ ก็คือ เศรษฐกิจฟ้าต่ำ

แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า ‘เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ’ 

เศรษฐกิจการบินระดับต่ำหมายถึงรูปแบบเศรษฐกิจที่ใช้เครื่องบินที่มีคนขับหรือโดรนเพื่อดำเนินการบริการส่วนตัว เชิงพาณิชย์ และสาธารณะในน่านฟ้าระดับต่ำ  ไม่ว่าจะเป็นรวมถึงการขนส่งสินค้า การส่งไปรษณีย์ การส่งอาหาร บริการผู้โดยสารหรือการเดินทางไปกลับระยะสั้น ไปจนถึงเรื่องที่ยากกว่านั้น คือ การบินเพื่อการเกษตรอย่างการพ่นปุ๋ย  และการดับเพลิงทางอากาศ 

ที่เรียกว่า ‘ฟ้าต่ำ’ เพราะจะปฏิบัติการที่ระดับความสูง 500-1,000 เมตร (1,600-3,300 ฟุต) เหนือพื้นดิน ซึ่งต่ำกว่าระดับความสูงในการบินปกติของการบินมาก แต่นี่เป็นระยะที่การบินโดรนสามารถทำได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจรทางอากาศมากนัก (แต่ในอนาคตเมื่อมันได้รับความนิยมในวงกว้างจนการจราจรแออัดก็ย่อมต้องมีการจัดระเบียบอย่างแน่นนอน) 

ในการสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมณฑลกวางตุ้ง เราเดินทางมายังกว่างโจวเป็นที่สุดท้าย

ในแง่ของการพัฒนา จูไห่ และเซินเจิ้น ดูเหมือนจะอยู่บนเส้นทางที่เร่งรีบมากกว่า 

จูไห่เป็นทั้งศูนย์กลางการผลิตของเศรษฐกิจระดับสูง (เครื่องบินและอวกาศ) เซินเจิ้นวิวัฒนาการตัวเองไปสู่การเป็นแหล่งบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมที่มาตัวเปล่าก็ยังเปิดบริษัท AI ได้ไม่ยาก

แต่กว่างโจว แม้จะเป็นเมืองหลวงของมณฑล แต่กลับดูเหมือนจะมีระบบนิเวศทางเศรษฐกิจครอบคลุมมากกว่าและใหญ่โตกว่าจนเหมือนจะไม่มีจุดเด่น

แน่นอน กว่างโจวเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีนและโลกมากว่าสองพันปี เพราะประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและความเป็นมหานครของมัน ทำให้เรามองข้ามลักษณะเฉพาะของมันในด้านการสร้างนวัตกรรมไป

จนกระทั่งเราได้เดินทางไปเยี่ยมชม Haixinsha OMNI-Space Intelligent Experience Center (海心沙全空间智能体验中心) ที่เกาะไห่ซินซา ริมแม่น้ำจูเจียง ที่ขนาบด้วย Canton Tower อันสูงตระหง่าน และเมืองใหม่จูเจียง (珠江新城) อันเป็นย่านธุรกิจ การเงินและวัฒนธรรมอันทันสมัย

ศูนย์ประสบการณ์อัจฉริยะว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ของไห่ซินซา เป็นส่วนหนึ่งของเกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเกาะแห่งอนาคตไห่ซินซา (海心沙科技岛·未来岛) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสาธิตระบบอัจฉริยะแบบครบวงจรแห่งแรกของจีน ที่สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท Guangzhou Urban Construction Investment Group Co., Ltd. และสถาบันวิจัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ 5 ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ 

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจระดับต่ำ ยานยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกัน เรืออัจฉริยะ และปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมบนที่สูง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ “การสาธิตการใช้งาน การรวมกลุ่มอุตสาหกรรม ผลผลิตมาตรฐาน และการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ” โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2026

ศูนย์ประสบการณ์อัจฉริยะว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ของไห่ซินซา (ต่อไปนี้จะเรียกรวมๆ ว่า ‘เกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไห่ซินซา’) มีการสาทิศที่ครอบคลุมจริงๆ ทั้งเศรษฐกิจระยะการบินต่ำ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ มีทั้งการจัดแสดงที่ใช้สายตาชม และยังมีการจำลองสถานการณ์การใช้งานนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงการอธิบายความเป็นมาของวิวัฒนาการการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการปฏิวัติดิจิทัลในกว่างโจว

เมื่อเดินทางมาถึง สิ่งแรกที่เจ้าของสถานที่มอบให้เป็นการตอบรับคณะผู้สื่อข่าว APEC คือการสาธิตการใช้งาน EHang EH216-S ซึ่งเป็นเครื่องบิน eVTOL (เครื่องบินขึ้นลงในแนวดิ่งด้วยไฟฟ้า) ที่มีคนขับลำแรกและปัจจุบันเป็นเพียงลำเดียวในโลกที่ได้รับใบรับรองหลักสี่ฉบับ ได้แก่ ใบรับรองประเภท, ใบรับรองการผลิต และใบรับรองความสมควรเดินอากาศมาตรฐาน และใบรับรองการปฏิบัติงานสำหรับเครื่องบินพลเรือนไร้คนขับที่มีคนขับชุดแรกของประเทศ 

EHang ได้แสดงการบินจากเกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไห่ซินซาเลียบแม่น้ำจูเจียงไปยังเกาะเอ้อร์ซาในระดับการบินต่ำเพื่อให้เราได้เห็นภาพของการใช้งานและศักยภาพการให้บริการ แม้จะดุเหมือนโดรนมที่ใหญ่สักหน่อย แต่เมื่อลองนั่งแล้วใกล้ความรู้สึกเหมือนเครื่องบินเล็กและมีใบพัดที่ทรงพลังราวกับเฮลิคอปเตอร์ย่อมๆ 

เมื่อได้พูดคุยกับตัวแทนของ EHang จึงทำให้ทราบว่า EH216-S ไม่เพียงสร้างหลักไมล์สำคัญของเศรษฐกิจระดับการบินต่ำในจีนเท่านั้น แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนยังได้ไปบินสาธิตในกรุงเทพฯ มาแล้ว นับเป็นการสร้างอีกหมายหลักของสำคัญด้านเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของไทยด้วย 

“เราบินไป 21 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศของคุณ (ประเทศไทย) รวมถึงกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้เดินทางโดยเครื่องบินของเราด้วยตนเอง เราบินอย่างปลอดภัยมาแล้วกว่า 85,000 เที่ยวบินทั่วโลก และจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นเลย และไม่มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยใดๆ เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เครื่องบินลำนี้ได้รับใบรับรองการทดสอบการบินบทที่ 1 ฉบับแรกของโลกที่ออกโดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนและเรายังได้รับใบรับรองคุณสมบัติเชิงพาณิชย์ชุดแรกของโลกอีกด้วย” ผู้แทนจาก EHang กับผู้เขียน และเสริมว่า ปีที่แล้ว EHang เริ่มต้นโครงการนำร่องเชิงพาณิชย์ระดับโลกในกรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ ในประเทศไทย ปีนี้ พวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการขยายการดำเนินงานของพวกเขาไปยังที่อื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตัวแทนของ EHang ดูจะยินดีเป็นพิเศษเมื่อทราบว่าผู้เขียนเป็นผู้สื่อข่าวจากไทย คงเพราะยังตื่นเต้นไม่หายจากเปิดตัว EH216-S ในกรุงเทพฯ และคงเห็นศักยภาพความร่วมมือในด้านนี้ระหว่างไทยและจีน

กว่างโจวเป็นหมุดสำคัญของความร่วมมือระหว่างจีนกับไทย และแน่นอนว่าย่อมเป็นหมุดหมายของหลายประเทศทั่วโลกด้วย เพราะที่นี่คือศูนยืกลางการค้ามาแต่โบราณ นักการทูตและพ่อค้าจากสยามเดินทางมายังจีนก็ต้องขึ้นท่าที่กว่างโจวเป็นแห่งแรก และเป็นยังเป็นจุดส่งสินค้าจากจีนไปยังสยามด้วย

แต่วันนี้ กว่างโจวไม่ใช่แค่เมืองแห่งการค้า ยังเป็นจุดเชื่อมต่อความร่วมมือด้านเทคโนโลยีด้วย และไทยควรจะมุ่งมาที่กว่างโจวด้วยความหวัง 

ครับ กว่างโจวไม่ใช่แค่เมืองแห่งการค้า หลังจากชมการบินอันน่าประทับใจของตัวแทนเศรษฐกิจการบินระดับต่ำแล้ว ในห้องแสดงความเป็นมาของการปฏิวัติเทคโนโลยีของกว่างโจว เราได้ทราบว่ากว่างโจวคุ้นเคยกับนวัตกรรมเครื่องกลและการบินมานานแล้ว 

ที่กว่างโจวในปี 1912 เฝิงหรู (冯如) นักออกแบบ ผู้ผลิต และนักบินเครื่องบินคนแรกของจีน และได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการบินของจีน” ได้สร้างเครื่องบินลำแรกโดยฝีมือคนจีน นั่นคือ  Feng Ru I แม้จะทำการผลิตและบินที่สหรัฐอเมริกา แต่บริษัทการบินที่เขาตั้งขึ้นมานั้นใช้ชื่อว่า บริษัทการผลิตเครื่องกลกว่างตง ตามชื่อมณฑลกว่างตง บ้านเกิดเมืองนอนของเขา

หลังจากที่จีนทำการปฏิวัติซินไฮ่ และก้าวสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว เฝิงหรูได้เดินทางกลับจีน และได้สร้างเครื่องบินแบบเดียวกับ Feng Ru II  (冯如2号) ที่กว่างโจว ซึ่งถือเป็นการเปิดหน้าแรกของประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมการบินของจีน และเฝิงหรูยังเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการบินสมัยใหม่ของจีนด้วย 

เฝิงหรูยังได้รับสมมญานามจากสื่อตะวันตกว่าเป็น “พี่น้องตระกูลไรท์แห่งตะวันออก” หลังจากความสำเร็จของเขาตามหลังการสร้างเครื่องบินลำแรกของพี่ร้องตระกูลไรท์เพียง 6 ปีเท่านั้น

นี่คือก้าวแรกของเส้นทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจการบินแห่งกว่างโจว

อีกสองปีต่อมา ในปี 1915 กว่างโจวกลายเป็นจุดกำเนิดของเครื่องยนต์ดีเซลเครื่องแรกที่ผลิตในจีนโดยบริษัท  GDF ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงดำเนินการอยู่ 

เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางไปสู่ ‘จีนทำได้’ นั่นคือการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อพึ่งพาตัวเอง และยังส่งออกนวัตกรรมไปทั่วโลก

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การบินและยนตรกรรมของจีนก้าวไปสู่ระดับแถวหน้าของโลก เราได้สำรวจความก้าวหน้านั้นแล้วในการเดินทางเยือนโรงงานผลิตเครื่องบินที่จูไห่ แต่ที่กว่างโจวกลับก้าวไปอีกเส้นทางหนึ่งของการบิน และบ่มเพาะรูปแบบเศรษฐกิจใหมาขึ้นมาในบริบทนั้น นั่นคือ ‘เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ’

การจัดแสดงของเกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไห่ซินซามอบประสบการณ์ที่หลากหลาย แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญคือเครื่องบินและโดรนที่ตอบสนองเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ เราได้พูดคุยกับผู้ผลิตบางรายที่สร้างนวัตกรรมสำคัญในด้านนี้ เช่น ผู้ผลิตโดรนสำหรับดับเพลิงซึ่งมีความสามารถสูงในการระงับเพลิงไม่ให้บานปลายบนอาคารสูง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิตของคนจีนในทุกวันนี้ 

โดรนและเครื่องบินขนาดย่อมสำหรับส่งสินค้าและการโดยสารไม่ใช่แกนหลักของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำเท่านั้น (แม้ว่าผู้คนจะคิดถึงเรื่องนี้ก่อนก็ตาม) แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีทั้งภาคการผลิตและการบริการ ในด้านการผลิตเรายังมีเทคโนโลยีสำหรับการเกษตรที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาที่กวางตุ้งและพร้อมที่จะเป็นโซลูชั่นสำหรับการทำเกษตรกรรมในอนาคต ส่วนคนเมืองก็ยังได้รับประโยชน์ด้านความปลอดภัยจากโดรนดับเพลิงที่จะมีบทบาทต่อชีวิตมากขึ้นไปทุกวัน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะนวัตกรรมเท่านั้น 

เราสามารถเห็นภาพของนวัตกรรมต่างๆ ในกว่างโจวและกว่างตงได้ในอาคารจัดแสดงประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งไห่ซินซา 

แต่อะไรล่ะที่เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังของความก้าวหน้าทั้งหมดที่เราได้พบเห็น (และทดลองใช้มันด้วยตัวเราเอง)?

มันคือแนวนโยบายที่กำหนดโดยรัฐบาลมณฑลกว่างตง คือ “แผนปฏิบัติการมณฑลกวางตุ้งเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (ปี 2024-2026)” ซึ่งความตอนหนึ่งระบุว่า 

“ภายในปี 2026 กลไกการบริหารจัดการน่านฟ้าชั้นต่ำจะทำงานได้อย่างราบรื่น โครงสร้างพื้นฐานจะแล้วเสร็จโดยพื้นฐาน สถานการณ์การใช้งานจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความสามารถด้านนวัตกรรมจะเป็นผู้นำระดับนานาชาติ และขนาดอุตสาหกรรมจะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการก่อตัวของรูปแบบการพัฒนาที่บูรณาการการผลิตและบริการในชั้นต่ำ และส่งเสริมการใช้งานและอุตสาหกรรมซึ่งกันและกัน สร้างพื้นที่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชั้นต่ำชั้นนำระดับโลก — การทำงานอย่างราบรื่นของกลไกการบริหารจัดการ กลไกการบริหารจัดการแบบร่วมมือสามฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับทหาร พลเรือน และรัฐบาลจะถูกจัดตั้งขึ้นโดยพื้นฐาน สร้างกลไกการทำงานที่มีการแบ่งงานที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงในการก่อสร้างและการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนบริการการบินชั้นต่ำ — โครงสร้างพื้นฐานที่แล้วเสร็จโดยพื้นฐาน สนามบินการบินทั่วไปและจุดขึ้นลงเครื่องบินจำนวนหนึ่งจะถูกสร้างขึ้น และเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อถึงกันจะแล้วเสร็จโดยพื้นฐาน โดยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะชั้นต่ำในพื้นที่หลักจะแล้วเสร็จ — การเติบโตอย่างมั่นคงในขนาดอุตสาหกรรม เศรษฐกิจระดับต่ำจะมีมูลค่าเกิน 300 พันล้านหยวน โดยพื้นฐานแล้วจะก่อตัวเป็นรูปแบบอุตสาหกรรมศรษฐกิจการบินระดับต่ำที่มีเมืองหลัก 3 เมือง (กว่างโจว เซินเจิ้น และจูไห่) จุดสนับสนุนหลายแห่ง และการพัฒนาแบบกระจุกตัว บ่มเพาะวิสาหกิจชั้นนำและวิสาหกิจเฉพาะทางและนวัตกรรมจำนวนมาก — ความสามารถด้านนวัตกรรมได้รับการยกระดับอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการจัดตั้งแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับจังหวัดหลายแห่ง และจะพยายามสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับชาติ 1-2 แห่ง เทคโนโลยีที่เป็นอุปสรรคสำคัญหลายประการในน่านฟ้าระดับต่ำได้รับการแก้ไขแล้ว โดยพื้นฐานแล้วสามารถควบคุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับต่ำได้อย่างอิสระ — ขอบเขตการใช้งานขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ชั่วโมงบินของเครื่องบินทั่วไปในมณฑลถึง 150,000 ชั่วโมง และชั่วโมงบินของโดรนถึง 3.5 ล้านชั่วโมง มีความคืบหน้าในเชิงบวกในการสาธิตนำร่องในการจราจรทางอากาศในเมือง โลจิสติกส์ระดับต่ำ และระบบไร้คนขับในอวกาศทั้งหมด” (广东省推动低空经济高质量发展行动方案(2024—2026 年))

นี่เป็นแค่เป้าหมายที่หน่วยงานของรัฐตั้งไว้เท่านั้น ยังไม่ต้องลงรายละเอียดให้ยืดยาว เพราะเพียงแค่ ‘เป้าประสงค์’ ของฝ่ายนำชัดเจน ฝ่ายตามก็ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ กว่างโจว เซินเจิ้น และจูไห่มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่เกื้อกูลกันอย่างยิ่ง ประมาณว่ามาตัวเปล่ามีแค่ไอเดียก็สามารถเปิดบริษัทและสรัางสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ไม่ยาก

แผนนี้คือตัวกำหนดทิศทางการพัฒนา และการพัฒนาให้ผลเป็นรูปธรรมด้านนวัตกรรม และนวัตกรรมเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยความต้องการของผู้บริโภค

ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนแสดงให้เห็นว่า ภายในปี 2025 ขนาดตลาดของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของจีนจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านหยวน โดยมีผู้ประกอบการโดรนเกือบ 20,000 ราย และคำสั่งซื้อ eVTOL ต่อปีเกิน 3 หมื่นล้านหยวน

กว่างโจวถือเป็นฉากทัศน์แห่งอนาคตอันดับต้นๆ ของประเทศว่าด้วยความก้าวหน้าของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ และยังเป็นเมืองอันดับหนึ่งของการเป็นฉากแห่งนวัตกรรมของประเทศ

กว่างโจวไม่ได้ถูกแย่งซีนไปโดยเมืองการค้าและการผลิตแห่งอื่นๆ มันกำลังแหวกตัวเองสู่การเป็นผู้นำของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ต่างหาก

และผู้แทนจากกลุ่มประเทศ APEC ที่จะเดินทางมายังกว่างตงในปีนี้ย่อมจะเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ด้วยสองตาของพวกเขาเอง

บทความและภาพถ่ายโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/42636&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vCjiQGOnzrl_9yNXRcJ3z