รมว.อุตสาหกรรม เผย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เป็น “คลังสมอง” (Think Tank) และ “ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย” (Policy Driver) ของภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมมอบนโยบายชูข้อมูลแม่นยำ ทันสมัย พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ด้าน สศอ. รุดเดินหน้าเป้าหมาย S-Curve หวังยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมเร่งพิจารณาทบทวนและจัดทำแผนฉบับใหม่เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนระยะเวลาสิ้นสุด ปี 2570

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า สศอ. ในฐานะที่เป็น “คลังสมอง” (Think Tank) ของกระทรวงอุตสาหกรรม และ “ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย” (Policy Driver) ด้านอุตสาหกรรมของประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างเต็มศักยภาพ ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กรชี้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศสู่ความยั่งยืน โดยนำข้อมูล การศึกษา วิเคราะห์ และการคาดการณ์แนวโน้มด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มาใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย เพื่อกำหนดทิศทางการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย และเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาความเจริญเติบโตของประเทศ
นอกจากนี้ สศอ. ยังมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้ประกอบการ ในการนำข้อมูลมาใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย การผลักดันมาตรการไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบาย ONE MIND 4 เสาหลัก ของ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตก้าวไกลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้าน นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ. ได้ดำเนินการตามนโยบาย ONE MIND ของ รมว.อุตสาหกรรม และดำเนินการตามกรอบแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve โดยเร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมชีวภาพ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายจะขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับชาติและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากรโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกัน ซึ่งแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตประจำปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินรวม 5,884.18 ล้านบาท ครอบคลุม 49 โครงการ จาก 14 หน่วยงาน
สำหรับผลการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ผ่านมา การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ xEV ในปี 2568 มีจำนวน 284,679 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากปีก่อน ขณะที่การลงทุนในระบบอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองของคณะกรรมการ CoRE ระหว่างปี 2563–2569 มีมูลค่ารวม 22,621.69 ล้านบาท และในช่วงปี 2567–2569 สามารถพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้แล้ว 89,267 คนสะท้อนความก้าวหน้าของการยกระดับเทคโนโลยีและกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ทั้งนี้ สศอ. จะเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย พร้อมเดินหน้าปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตในปัจจุบัน และครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่แม่นยำสำหรับประกอบการกำหนดนโยบาย และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ทั้งยานยนต์ ชีวภาพ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้บรรลุเป้าหมาย ตลอดจนผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ เครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อสร้างฐานการผลิตใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดภูมิภาคและตลาดโลก ทั้งนี้ แผนพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve จะมีระยะเวลาสิ้นสุดในปี 2570 สศอ. เร่งพิจารณาทบทวนและจัดทำแผนฉบับใหม่เพื่อเสนอต่อต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/628541&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NeesCkphQzO3AX_Bnt-tY

