• Sun. May 17th, 2026

สรุปเนื้อหา วงดินเนอร์บิ๊ก CEO เสนอ 6 เรื่องหลัก “อนุทิน” เร่งยกเครื่องเศรษฐกิจไทย

สรุปเนื้อหา-วงดินเนอร์บิ๊ก-ceo-เสนอ-6-เรื่องหลัก-“อนุทิน”-เร่งยกเครื่องเศรษฐกิจไทยสรุปเนื้อหา วงดินเนอร์บิ๊ก CEO เสนอ 6 เรื่องหลัก “อนุทิน” เร่งยกเครื่องเศรษฐกิจไทย

เปิดรายละเอียด  บิ๊ก CEO ยักษ์ใหญ่ของไทย ร่วมโต๊ะดินเนอร์เสนอมุมมองและความคิดเห็นต่อรัฐบาล เร่งยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ด้านนายกฯ รับลูกทันที สั่งตั้ง กรอ. ให้กลับมามีบทบาทเชิงรุกอีกครั้ง 

เวทีการหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ที่นายกฯ ระบุว่า ล้วนส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน 

เป้าหมายสำคัญของการหารือครั้งนี้  คือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้รัฐบาลสามารถส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกอุตสาหกรรม ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยนายกฯได้กล่าวตอนหนึ่งในวงประชุม ว่า “ประเทศไทยมีโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจมากกว่าหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “ภาครัฐและภาคเอกชนเดินหน้าไปด้วยกัน”  โดยรัฐบาลชุดนี้พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกมิติ ไม่ยึดติดกับข้อจำกัดเดิม ๆ กฎหมายล้าสมัย หรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก พร้อมเร่งสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการจ้างงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศและกิจการของทุกภาคส่วนให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง” 

เปิดรายชื่อ 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ร่วมโต๊ะดินเนอร์รัฐบาล

เวทีการรับฟังข้อเสนอแนะครั้งนี้ พบว่ามีผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนและผู้แทนจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าร่วม ได้แก่

1. สถาบันหลัก กกร. 

  • พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 
  • ผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย 
  • ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 
  • ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย

2. ยานยนต์ 

  • กลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

3. โรงแรม/ท่องเที่ยว 

  • คุณเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย

4. สุขภาพ 

  • แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร BDMS

5. ก่อสร้าง/อสังหาฯ 

  • ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG

6. ค้าปลีก/สินค้าอุปโภคบริโภค 

  • สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 
  • เวทิต โชควัฒนา รองประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

7. พลังงาน 

  • สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Gulf

8. การเงิน 

  • ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

9. เทคโนโลยี 

  • ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท Delta Electronics Thailand

10. เกษตร/อาหาร 

  • ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์

บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทางรัฐบาลเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับโรงแรมวังสวนสุนันทา จัดเตรียมอาหารสำหรับจัดเลี้ยงในงาน มีการนำวัตถุดิบภายในประเทศมารังสรรค์เป็นอาหารในรูปแบบ Thai Fusion Set อาทิ ทาร์ตยำส้มโอ  กุ้งหวานแตงโม ข้าวสามสีผัดพริกเกลือปลาย่างสมุนไพร  การหารือใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง นายกฯ จึงเดินออกมาจากตึกสันติไมตรี พร้อมกับ คณะรัฐมนตรี โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เดินตามหลัง โดยทั้งคู่ยังนั่งประกบซ้าย-ขวา นายกรัฐมนตรีในวงหารือด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงพยายามถามถึงการหารือเป็นอย่างไรบ้าง โดยนายอนุทิน ร้องโอ้โห พร้อมกล่าวว่า “คิดดู คนระดับนี้ 2 ชั่วโมงกว่า ไม่ได้มาคุยเล่น” เมื่อถามย้ำว่าบรรยากาศการพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “หูชาเลย”

ต่อมานายเอกนิติ นิติทัณฑประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ระบุว่า วงหารือ “เอกชนพูด รัฐบาลฟัง” รัฐบาลได้รับข้อเสนอของ เอกชน 6 ประเด็น ได้แก่

1. เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานสะอาด ในเรื่องนี้ถือเป็นข้อเสนอหลักจากภาคเอกชนที่เน้นไปที่การเร่งลงทุนในทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับภาคการเกษตรและวิกฤตเอลนีโญในช่วงปลายปี รวมถึงการเร่งลงทุนในพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid Modernization) เพื่อตอบโจทย์วิถีพลังงานโลกสมัยใหม่

2. การลงทุนใน “คน” โดยใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะ (Up-skill) แรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

3. การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และศูนย์กลางการเงิน โดยภาคเอกชนมีข้อเสนอว่าในการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) รัฐบาลมุ่งเป้าไปที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่, โดยมีแผนต่อยอดจากฐาน Data Center ไปสู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ซึ่งเป็นหัวใจของ AI ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Regional Hub) ผ่านการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยเข้มแข็งและมีการควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้โอกาสจากวิกฤตในตะวันออกกลาง

4. การปลดล็อกและแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว, ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้ชื่นชมโครงการ BOI Fast Pass ว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ช่วยให้การลงทุนขับเคลื่อนได้รวดเร็วขึ้นจริงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา และทำให้เกิดการลงทุนจริงกว่า 2 แสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา

5. เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเร็ว

6. เป็นข้อเสนอในเรื่องการดูแลเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

โดยรัฐบาลจะนำทุกข้อเสนอจากภาคเอกชนในครั้งนี้ไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมฟื้นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ให้กลับมามีบทบาทเชิงรุกอีกครั้ง เพื่อผนึกกำลัง “รัฐ–เอกชน” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบ สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

แต่หากเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณต้องเน้นรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ที่เอกชนเป็นตัวนำและรัฐเป็นผู้สนับสนุน ควบคู่กับการใช้ยุทธศาสตร์ 4T  ประกอบด้วย 

1. Target มุ่งเป้าหมายให้ชัดเจน 

2. Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 

3. Transform การปฏิรูปทักษะทรัพยากรมนุษย์ 

4. Together การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การพบกันครั้งนี้ รัฐบาลได้สอบถามความเห็น โดยให้บรรดาภาคเอกชนตอบแบบสอบถามว่ามีมาตรการหรือนโยบายใดที่อยากจะให้รัฐบาลยุติเพื่อประกอบการตัดสินใจในการวางกรอบนโยบายในอนาคต พร้อมหัวข้อสอบถามความในใจถึงนายกรัฐมนตรี หากให้สื่อสารได้ 1 นาที อยากบอกอะไรกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว

และยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ในครั้งหน้ารัฐบาลเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารสถาบันการเงิน ไฟแนนซ์ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจการเงินมาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2933225&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21L7aqqNhAMIavvxpx_k4B