• Fri. Oct 9th, 2026

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. – กระทรวงการต่างประเทศ

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์-โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ-วันที่-9-ตุลาคม-2569-เวลา-1400-น.-–-กระทรวงการต่างประเทศสรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. – กระทรวงการต่างประเทศ

วันที่นำเข้าข้อมูล 9 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 9 ต.ค. 2569

| 22 view

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์

โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ

1. การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต1.1 นาย ไก ราลา ชานานา กุชเมา นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต เดินทางถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2569 และได้มีกำหนดการกับภาคธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา โดยในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นส่วนของการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำหนดการสำคัญ ได้แก่ (1) การเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ (2) การหารือข้อราชการระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่าย (3) การแถลงข่าวร่วม และ (4) งานเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ ในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตมีกำหนดเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีและจะสิ้นสุดการเยือนและเดินทางออกจากประเทศไทยในวันที่ 10 ตุลาคม 2569

1.2

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเยือน

  • เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต ในทุกมิติ ทั้งในด้านความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือด้านการพัฒนาและเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนทั้งสองประเทศที่จะจับคู่ทางธุรกิจ ขยายการค้าและลงทุนระหว่างกัน
  • ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือต่อไปผ่าน (1) การสนับสนุนให้มีการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ (2) การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570 (3) ติดตามผลการประชุมกลไกการหารือทวิภาคีครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตเพื่อติดตาม (4) การขยายความร่วมมือด้านการทหาร ซึ่งมีรากฐานจากบทบาทสำคัญของไทยในภารกิจรักษาสันติภาพและสร้างสันติภาพในติมอร์-เลสเต ระหว่างปี 2542 – 2545 (5) การเพิ่มความร่วมมือปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและในกรอบอาเซียน
  • ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านความมั่นคงอาหาร การค้าข้าว รวมทั้งศักยภาพที่จะทำการลงทุนในติมอร์-เลสเตในสาขาต่าง ๆ อาทิ เกษตรและอาหารแปรรูป พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยวและการบริการ และจะเร่งจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศให้แล้วเสร็จ เพื่อเปิดทางสู่การเริ่มต้นเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ – ดิลี โดยเร็ว
  • ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา จะมีการจัดทำแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี(2569 – 2571) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เน้นการเกษตรยั่งยืน การพัฒนาชุมชน สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านอาเซียน รวมถึงการสนับสนุนการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของติมอร์-เลสเต ในอนาคต
  • ไทยและติมอร์-เลสเตมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาตั้งแต่ไทยเข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในติมอร์-เลสเตเมื่อปี 2542 โดยไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับติมอร์-เลสเต

2. การเยือนไทยของผู้นำต่างประเทศและกิจกรรมคู่ขนานในห้วงการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 20262.1 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่12-18 ตุลาคม 2569 โดยเป็นครั้งที่ 2 ที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพดังกล่าว และเป็นหนึ่งในเพียง 3 ประเทศในโลกที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง การประชุมครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมประชุมจากกว่า 190 ประเทศ รวมกว่า 15,000 คน และจะมีสื่อมวลชนเข้าร่วมติดตามรายงานข่าวกว่า 1 พันคน

2.2 ในห้วงการประชุมนี้ จะมีการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการโดยผู้นำต่างประเทศ ได้แก่

(1)

นายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส และภริยา จะเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยมีคณะนักธุรกิจร่วมเดินทางมาด้วย ถือเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิสในรอบ 22 ปี และเป็นการเยือนในโอกาสครบรอบ 95 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสวิสในปี 2569 ด้วย ทั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศหุ้นส่วนที่สำคัญของไทย เป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในยุโรป และอันดับ 1 ในกลุ่มสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) และเป็นนักลงทุนที่สำคัญ ปัจจุบันมีบริษัทสวิสเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 150 บริษัท ขณะเดียวกันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในระดับประชาชน โดยมีคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ประมาณ 36,000 คน

(2)

นายทาร์มัน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ จะเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีจะให้การต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาล และมีกำหนดเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ทั้งนี้  สิงคโปร์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งการเป็นหุ้นส่วนสีเขียวที่ยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหนึ่งในคู่ค้าและพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญมากของไทย โดยเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ในประเทศไทย3. กิจกรรมคู่ขนานระหว่างการประชุมฯ ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดการจัดกิจกรรมคู่ขนานที่สำคัญ ประกอบด้วย

(1)

กิจกรรม Round-Table Meeting หัวข้อ “Strengthening ASEAN Resilience and the Role of Emerging Development Partners for a More Secure and Sustainable Future” ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมดุสิตธานี เป็นการประชุมระหว่างหน่วยงานด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของไทย สปป. ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น โดยจะหารือถึงแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนในการรับมือกับสิ่งท้าทาย ผ่านความร่วมมือแบบไตรภาคีที่จะช่วยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) บนหลักการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

(2)

งาน Dinner Talk หัวข้อ “Rethinking Growth: Thailand’s Pathways to a more Balanced and Sustainable Future” จะจัดในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Sheraton Grand สุขุมวิท โดยจะมีการนำเสนอแนวทางของไทยในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนโดยเน้นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green) พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและชุมชน

(3)

เวทีเสวนาระดับสูง หัวข้อ “Food Systems Transformation and Economic Growth – Powering Economic and Social Development through the Energy Transition” ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ จะมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ความยืดหยุ่นของระบบเกษตรและอาหาร การลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล และการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อย่างยั่งยืน

(4)

งานเสวนา หัวข้อ “Promoting Quality Infrastructure in Asia Pacific” ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรม Conrad กรุงเทพฯ จะเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองความท้าทายในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการดึงดูดการลงทุนที่ยั่งยืนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการเงินของไทยแก่นักลงทุนทั่วโลก การดึงดูดการลงทุนโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต การผลักดันยุทธศาสตร์ Bangkok Blueprint ด้านการเงินดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำเสนอโดยไทย รวมถึงวาระทางเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ นอกจากนี้ เป็นการนำเสนอประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งในด้านวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตของคนไทย และยังเป็นโอกาสสำคัญในการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นประธานอาเซียนในปี 2571 ด้วย

รับชมได้ที่ https://fb.watch/v/43o30csVK/ 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/dg-jaithai-press-briefing-summary-09102026-th%3Fcate%3D67403ea4d0cb7152ab4f9643&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw059_4av80YDJMqRQJlm3n6