วันนี้ (18 พ.ค.69) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาสที่ 1/2569 ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.8% ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นจากการขยายตัว 2.5% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลงทุนรวมที่ขยายตัวสูงถึง 9.9% ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวที่ สูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่โตถึง 10.1% จากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือ และยานพาหนะ
ในด้านการค้าระหว่างประเทศ นายดนุชา ระบุว่า การส่งออกสินค้ามีมูลค่า 95,096 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวเร่งขึ้นเป็น 17.8% ตามการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่ขยายตัวสูงถึง 33.1% ส่งผลให้ ดุลการค้ากลับมาขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง มีรายรับรวมจากการท่องเที่ยว 7.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 9.317 ล้านคน
สำหรับการผลิตภาคเกษตรขยายตัว 1.2% จากผลผลิตพืชผลสำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด และปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่ในด้านรายได้เกษตรกรโดยรวมกลับปรับตัวลดลง 6.3% ตามการลดลงของราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ยางพารา สุกร และข้าวเปลือก
ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.91% และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมี.ค.2569 มีมูลค่า 12.68 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.38% ของ GDP
นายดนุชา กล่าวต่อไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 – 2.5% ค่ากลาง 2.0% โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐ
ทั้งนี้ สศช. ได้เสนอแนะประเด็นการบริหารนโยบายที่สำคัญในช่วงที่เหลือของปี ดังนี้
- บริหารจัดการผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มุ่งเน้นความมั่นคงทางพลังงาน และการดูแลภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
- ขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน เร่งรัดโครงการที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนให้เกิดการลงทุนจริง และใช้ระบบ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวก
- รักษาแรงส่งภาคส่งออก เตรียมพร้อมรับมือมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐ และเร่งเจรจา FTA กับคู่ค้าใหม่ๆ
- เร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ให้ไม่ต่ำกว่า 90.7%
- ดูแลภาคเกษตร และรับมือภัยแล้ง เตรียมจัดหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรทดแทน และบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงครึ่งปีหลัง
- แก้ปัญหาหนี้สิน และสินเชื่อ เร่งปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนเชิงรุก และช่วย SMEs ให้เข้าถึงสภาพคล่อง
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1234448&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ac7PKlzHvUHNLTgSNl328

