ท่ามกลางความท้าทายด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ภาครัฐกำลังเร่งผลักดัน ‘ทรัพย์สินภาคเกษตร’ ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและสร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะ ‘ไม้ยืนต้น’ ที่เดิมอาจถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรในพื้นที่เกษตร แต่วันนี้กำลังถูกต่อยอดสู่การเป็น “หลักประกันทางธุรกิจ” ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น
ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เดินหน้าผลักดัน ‘ไม้ยืนต้น’ เข้าสู่ระบบหลักประกันทางธุรกิจ หวังช่วยปลดล็อกสินทรัพย์สีเขียวให้กลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และ SME ทั่วประเทศ
จิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การผลักดันไม้ยืนต้นให้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตร ผ่านการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม เช่น ไม้เศรษฐกิจและไม้ยืนต้น ให้สามารถใช้ค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ ช่วยลดข้อจำกัดด้านหลักประกันแบบดั้งเดิม และเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการฐานราก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ ธ.ก.ส. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านยางกลาง ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ และแนวทางการนำไม้ยืนต้นมาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงสินเชื่อ
ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม คือ การสาธิตวิธีวัดและประเมินมูลค่าไม้ยืนต้นเบื้องต้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน รวมถึงการประเมินศักยภาพด้านการกักเก็บคาร์บอนเครดิต ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้ต้นไม้ในอีกมิติหนึ่ง

ต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ เช่น มะขาม มะกอกป่า สะเดา เต็ง รัง ประดู่บ้าน ประดู่ป่า รวมถึงไม้เศรษฐกิจสำคัญอย่างสัก พะยูง พะยอม กฤษณา และไม้สกุลทุเรียน
สำหรับจังหวัดอ่างทอง ถือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 430,000 ไร่ หรือมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด การผลักดันไม้ยืนต้นเป็นหลักประกัน จึงมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรในภาคเกษตร เปลี่ยนสินทรัพย์ที่ยังไม่ก่อรายได้ทันที ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างสภาพคล่องและเพิ่มการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 พบว่า มีผู้ประกอบการและเกษตรกรนำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจแล้วในกว่า 30 จังหวัด รวมจำนวน 458,799 ต้น คิดเป็นวงเงินค้ำประกันรวมกว่า 197 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ สะท้อนการเติบโตของเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกรและ SME ฐานราก
ภาครัฐมองว่า แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบการเงินฐานรากที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในภาคเกษตรของไทยในระยะยาว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/business/tree-collateral-sme-thailand&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e4P6tx3OuT6Jogv-sNwdB

