• Mon. Nov 2nd, 2026

ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ อีกบททดสอบเศรษฐกิจไทย

ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ-อีกบททดสอบเศรษฐกิจไทยศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ อีกบททดสอบเศรษฐกิจไทย

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ชะลอการโจมตีอิหร่านออกไป เนื่องจากใกล้ถึงกำหนดการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย.2569

 ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของทรัมป์ยังคงรักษาเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำในสภาคองเกรสไว้ได้ทั้ง 2 สภา หรือไม่ โดยมีการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายที่เห็นตรงกันว่าพรรคเดโมแครต มีแนวโน้มสูงมากที่จะพลิกกลับมาคุมสภาล่างได้

ขณะนี้ประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังจับตาและคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีสหรัฐอาจกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้งทันทีหลังการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสิ้นสุดลง ซึ่งแม้ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ออกมาระบุว่าประธานาธิบดีสหรัฐยังไม่ตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่หรือไม่ รวมถึงยังต้องการแก้ไขความขัดแย้งด้วยวิถีทางการทูตมากกว่า ซึ่งทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความเปราะบางอยู่มาก

ความเคลื่อนไหวสำคัญของประเทศในตะวันออกกลางต่อการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2569 เมื่อคณะผู้เจรจาของอิหร่านและกาตาร์ ได้หารือเกี่ยวกับประเด็นนี้เป็นเวลานานกว่า 12 ชั่วโมงที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยการเจรจาครั้งนี้ประสานงานผ่านช่องทางการสื่อสารปกติกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายประเทศในตะวันออกกลางกำลังจับตาสถานการณ์หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ รวมถึงกองทัพอิหร่านที่ดำเนินการเพื่อยกระดับความพร้อมทางทหาร
    
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยยังเป็นประเด็นการเจรจาข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐที่รัฐบาลไทยออกมาระบุถึงความคืบหน้าถึงย่อหน้าสุดท้ายแล้ว โดยรัฐบาลตั้งเป้าลงนามช่วงการประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ วันที่ 16-18 พ.ย.2569 หรือลงนามช่วงการประชุมเอเปคที่จีน ซึ่งยังไม่มีหลักประกันที่แน่ชัดว่าเมื่อไทยลงนามกับสหรัฐแล้วจะไม่ถูกเก็บภาษีซ้ำซ้อนเพิ่มจากมาตรา 301 และ 232 ตามกฎหมายการค้าของสหรัฐทำให้ไทยยังมีความเสี่ยงต่อเวทีภูมิรัฐศาสตร์
    
ผลของการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจึงกระทบต่อสถานการณ์โลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลต่อสถานการณ์ในตะวันออกลางที่กระทบต่อเนื่องต่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ซึ่งที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกบอบช้ำกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และแม้ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ถูกทำลายจะทำให้ราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูงไปอีกหลายปี ทั้งหมดจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อประเทศไทยที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีระกูล ต้องรับมือให้ดี

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/1258806&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tnOzuf-sl6bVlaj2AgxjM