• Tue. Jul 28th, 2026

ศึกประธาน กสทช. กระทบงานกำกับโทรคมนาคม-เศรษฐกิจดิจิทัล

ศึกประธาน-กสทช.-กระทบงานกำกับโทรคมนาคม-เศรษฐกิจดิจิทัลศึกประธาน กสทช. กระทบงานกำกับโทรคมนาคม-เศรษฐกิจดิจิทัล

ศึกคุณสมบัติ ‘ประธาน กสทช.’ ลามสู่ความเสี่ยงเศรษฐกิจดิจิทัล นักวิชาการจี้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังขยายวงจากข้อถกเถียงทางกฎหมาย ไปสู่ประเด็นที่อาจกระทบต่อการกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ หลังคณะกรรมการสรรหามีมติวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ขณะที่เจ้าตัวยืนยันยังไม่พ้นจากตำแหน่ง และเตรียมใช้สิทธิฟ้องศาลปกครอง

ล่าสุด รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ออกมาเรียกร้องให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. โดยเห็นว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหามีมติชัดเจนแล้วว่าขาดคุณสมบัติ จึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมหรือใช้อำนาจในฐานะประธาน กสทช. ต่อไป

ชี้กฎหมายกำหนดชัด ต้องทำงานเต็มเวลา

รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า กฎหมายกำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา และต้องลาออกจากการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพอื่นภายใน 15 วัน โดยไม่ได้บัญญัติข้อยกเว้นสำหรับการประกอบวิชาชีพแพทย์ไว้

ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าว จึงถือว่าเป็นผู้สละสิทธิ์ตั้งแต่ต้น และควรยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติหรือการตัดสินใจขององค์กร

จี้บอร์ด 6 คนเลือกประธานใหม่ ป้องกันงานรัฐหยุดชะงัก

นักวิเคราะห์การเมืองรายนี้ยังเห็นว่า ปัญหาคุณสมบัติของประธาน กสทช. ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์กรแล้ว เนื่องจากกรรมการ กสทช. เสียงข้างมากปฏิเสธเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้หลายวาระไม่สามารถพิจารณาได้

จึงเสนอให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน จัดประชุมเพื่อเลือกผู้ทำหน้าที่ประธาน กสทช. คนใหม่หรือรักษาการโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเดินหน้าต่อ ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจที่รอการตัดสินใจด้านการกำกับดูแล

ปมคุณสมบัติยังไม่สิ้นสุด ‘หมอสรณ’ เตรียมสู้คดี

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากยังได้รับค่าตอบแทนในฐานะแพทย์รายชั่วโมงของโรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ซึ่งเข้าข่ายเป็นการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ

อย่างไรก็ตาม นพ.สรณ ยืนยันว่าได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของรัฐตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง กสทช. แล้ว การปฏิบัติหน้าที่แพทย์เป็นเพียงการรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางและทำหัตถการด้านโรคหัวใจ ไม่ใช่การดำรงตำแหน่งลูกจ้างของรัฐ อีกทั้งเห็นว่าการพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

นอกจากนี้ ยังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในระยะเวลา 90 วัน เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยถึงความชอบด้วยกฎหมายของมติคณะกรรมการสรรหา

มากกว่าคดีบุคคล แต่คือ “ความเสี่ยงเชิงกำกับดูแล”

แม้ข้อพิพาทครั้งนี้จะเป็นประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง แต่ในมุมเศรษฐกิจ ผลกระทบที่น่าจับตาคือ ความต่อเนื่องขององค์กรกำกับดูแลตลาดสื่อและโทรคมนาคม ซึ่งมีอำนาจพิจารณาประเด็นสำคัญ ตั้งแต่การกำกับการแข่งขัน การอนุมัติใบอนุญาต การบริหารคลื่นความถี่ ไปจนถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

หากภาวะสุญญากาศในการบริหารยืดเยื้อ หรือการประชุมบอร์ดไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ อาจทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายและการกำกับดูแลหลายเรื่องล่าช้า กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ นักลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน คดีนี้ยังอาจกลายเป็น บรรทัดฐานสำคัญในการตีความคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ว่า การประกอบวิชาชีพควบคู่กับการดำรงตำแหน่ง จะอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลปกครองในอนาคตอาจส่งผลต่อมาตรฐานการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/nbtc-chair-qualification-dispute&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xyxulON73133WrGhedy1K