
ทรัมป์กดดันเฟดลดดอกเบี้ย นักลงทุนจับตาประชุมชี้ทิศทางเศรษฐกิจ
ทรัมป์เรียกร้องเฟดลดดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุดในโลก ขณะตลาดจับตาผลประชุมเฟด ท่ามกลางเงินเฟ้อยังสูงและความเสี่ยงจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยระบุว่าสหรัฐฯ ควรเป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า หลายประเทศทั่วโลกมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสหรัฐฯ ดังนั้น Fed ควรลดดอกเบี้ยลงเช่นกัน
“อัตราดอกเบี้ยควรถูกปรับลด เรามีหลายประเทศที่จ่ายดอกเบี้ยน้อยกว่าเรา และสหรัฐฯ ควรมีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลก”
ทรัมป์ยังกล่าวถึง เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน Fed ว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ แต่คณะกรรมการ Fed หลายคนมีแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน
คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยตลาดส่วนใหญ่ยังคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง
นักวิเคราะห์มองว่า Fed กำลังเผชิญความท้าทายอย่างมากในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีอัตราว่างงานต่ำ แต่การจ้างงานใหม่เริ่มชะลอตัว ขณะที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
หากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานอาจกลับมาปรับตัวสูงขึ้นและผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวอีกครั้ง แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย แรงกดดันด้านราคาก็อาจลดลงอย่างรวดเร็ว
ตลาดการเงินประเมินว่า โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้มีเพียงประมาณ 1 ใน 3ทำให้ฉากทัศน์หลักยังคงเป็นการ “คงดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณเข้มงวด” (Hawkish Hold)
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งเห็นว่า หาก Fed ต้องการสร้างความเชื่อมั่นว่ามุ่งมั่นควบคุมเงินเฟ้อจริง อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องมานานกว่า 63 เดือน และแรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลาย
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อสองเดือนก่อน วอร์ชย้ำหลายครั้งว่า การนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% เป็นภารกิจสำคัญที่สุดของ Fed พร้อมระบุว่าการปล่อยให้เงินเฟ้อสูงต่อเนื่องเปรียบเสมือน “ภาษีที่ประชาชนและภาคธุรกิจต้องแบกรับ” และจำเป็นต้องปรับแนวนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม หาก Fed เลือกคงอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง แม้เงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย ก็อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากทำเนียบขาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/746084&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iqSuiQifCr5iEeyZHAcFp

