• Sat. Jun 27th, 2026

“วราวุธ”  เปิด “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี” ลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดเงินสะพัดกว่า 20 ล้านบาท 

“วราวุธ”- เปิด-“อุตสาหกรรมแฟร์-@สุพรรณบุรี”-ลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-คาดเงินสะพัดกว่า-20-ล้านบาท “วราวุธ”  เปิด “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี” ลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดเงินสะพัดกว่า 20 ล้านบาท 

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569  นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเปิดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี” ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนจึงจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี” ขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี

โดยผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายในพื้นที่ นำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตรแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเทคโนโลยีการเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และสินค้าเอสเอ็มอีคุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาโรงงาน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม คาดมีประชาชนเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 51,000 คน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

“อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งมาตรการเชิงรุกของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและประชาชน ผู้ประกอบการได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพสินค้า สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ทดสอบตลาด และขยายเครือข่ายทางธุรกิจ ขณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต” นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า การเลือกจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการเกษตร อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเดินทางของพื้นที่ภาคกลางฝั่งตะวันตก มีการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมที่หลากหลาย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

ภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 90 ร้านค้า แบ่งเป็น 6 โซน ประกอบด้วย สินค้าและเทคโนโลยีการเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สินค้า SMEs และ OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ตลอดจนสินค้าจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงลานอาหารจากผู้ประกอบการฟู้ดทรัคในพื้นที่

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการจำหน่ายสินค้าในราคาโรงงาน ซึ่งต่ำกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะ “สินค้านาทีทอง” ที่นำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ช่วยให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังเป็นประเด็นสำคัญของประชาชนในปัจจุบัน

นอกจากการจำหน่ายสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และแนวทางการติดตั้งอย่างปลอดภัย การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) การลดการใช้พลังงาน การขับเคลื่อนพืชพลังงานและเอทานอล ตลอดจนการสาธิตการประกอบและซ่อมแซมโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า บริการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและสินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) กิจกรรมร่วมสนุกพร้อมของรางวัล และการแสดงจากศิลปินในพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ การจับจ่ายใช้สอย และการพักผ่อนในงานเดียว

ด้านนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่มุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและยกระดับวิสาหกิจชุมชน SMEs และผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือการสร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้สินค้าไทยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสามารถขยายตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

โดยจังหวัดสุพรรณบุรีมีจุดแข็งทั้งด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัด เช่น ข้าว แห้ว ปลาสลิด ขนมสาลี่ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับชุมชน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์สินค้าคุณภาพของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการ และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ชุมชน และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการขนส่งในพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน เป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
 
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/481211&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wL4oJ6nUFpvBXYM-xUXPk