• Sat. Aug 29th, 2026

รัฐบาลทรัมป์ลงดาบคว่ำบาตรคิวบาทางเศรษฐกิจต่อไปอีกหนีงปี

รัฐบาลทรัมป์ลงดาบคว่ำบาตรคิวบาทางเศรษฐกิจต่อไปอีกหนีงปีรัฐบาลทรัมป์ลงดาบคว่ำบาตรคิวบาทางเศรษฐกิจต่อไปอีกหนีงปี

                              เนื้อหาสาระข่าว: เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯโดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามประกาศขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อประเทศคิวบา จากเดิมซึ่งมีกำหนดครบเวลาในวันที่ 14 กันยายนที่จะถึงนี้ออกไปอีกหนึ่งปี โดยถือว่ามาตรการนี้สอดคล้องกับ “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของสหรัฐฯ ซึ่งได้ยิ่งตอกย้ำความยากลำบากให้กับทั้งรัฐบาลและประชาชนชาวคิวบาทั่วไป อย่างไรก็ดี การลงนามในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวได้มีการต่ออายุเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ ทว่าจังหวะเวลาและวิกฤตเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้นด้วยหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกคิวบา ทำให้การขยายเวลาในปีนี้ส่งผลกระทบที่หนักหนาสาหัสมากเป็นพิเศษ

image.png

ตัวประกาศฯ ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีทรัมป์

                           ให้หลังการลงนามดังกล่าว นายบรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคิวบา ได้ออกมาประณามโต้ตอบการลงนามขยายเวลามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯในทันที โดยในแถลงการณ์ที่โพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม X นายบรูโนกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอประณามการขยายเวลามาตรการนี้อย่างรุนแรงที่สุด” พร้อมทั้งตราหน้ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯว่าเป็น “นโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่ามีความพยายามที่จะ “บีบคั้นให้คนทั้งชาติขาดอากาศหายใจ” 

                            ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีฯต่างประเทศของคิวบา สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังที่เพิ่มมากขึ้น ในหมู่ประชาชนชาวคิวบา ซึ่งกำลังเผชิญกับสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมาสำหรับคิวบา เนื่องจากขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานขั้นรุนแรง ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นประจำ การขาดแคลนอาหารและยารักษาโรคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น แหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศพันธมิตรอย่างเวเนซุเอลาและเม็กซิโก ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงความต้องการด้านพลังงานของคิวบานั้นแทบจะเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น จากมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯที่เข้มงวดกวดขันเส้นทางการนำเข้าส่งออกน้ำมัน พลังงาน และสินค้าอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ได้ส่งผลให้คิวบาแทบจะถูกตัดขาดจากการสนับสนุน หรือการเข้าถึงการช่วยเหลือจากภายนอก แม้สหรัฐฯจะได้อนุญาตบางบ้างประการ แต่มันก็เหมือนการต่อลมหายใจชั่วครั้งคราวเพียงเท่านั้น 

                           ในสภาพแร้งแค้นที่ชาวคิวบาเผชิญอยู่นี้ รัฐบาลคิวบายืนกรานในการโยนความรับผิดชอบไปที่รัฐบาลสหรัฐฯโดยตรง โดยทางการคิวบาย้ำว่ามาตรการคว่ำบาตรเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสินค้าขาดแคลนและทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจมิติอื่น ๆ ตามมา พร้อมทั้งกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าจงใจเพิ่มแรงกดดันในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นการรุกรานคิวบา ซึ่งการปิดล้อมทางเศรษฐกิจในลักษณะนี้ประชาชนชาวคิวบาถูกกระทำมาเป็นเวลานานกว่า 60 ปีแล้ว

                           ทว่าสหรัฐฯ กลับมองสถานการณ์ต่างออกไป รัฐบาลสหรัฐฯโดยการนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่เพียงแต่สานต่อมาตรการคว่ำบาตรเดิมเท่านั้น แต่ยังออกมาตรการเพิ่มความเข้มข้มให้มากขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานภาครัฐของคิวบาที่มีความเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจของชนชั้นนำคิวบา และเจาะจงสกัดการเข้าถึงพลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งสหรัฐฯปฏิเสธข้อครหาของคิวบาที่ว่ามาตรการคว่ำบาตรเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เศรษฐกิจคิวบาต้องตกอยู่ในสภาพแร้งแค้น ในทางตรงกันข้ามสหรัฐฯกลับชี้ว่า การบริหารจัดการภายในที่ย่ำแย่และนโยบายของรัฐบาลคิวบาเองต่างหาก ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ที่เผชิญอยู่ในขณะนี้

                           ความตอนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ Folha ของบราซิล ประธานาธิบดีดิอัซ-กาเนล (Diaz-Canel) แห่งคิวบา ได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดสหรัฐฯ จึงยังคงรักษามาตรการปิดล้อมและคว่ำบาตรนี้ไว้ หากมองว่าชาวคิวบาเป็นพวกคนที่ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ และทำอะไรไม่เป็น จนอาจ “ล่มสลาย” ลงด้วยตัวเองอยู่แล้ว โดยประธานาธิบดีดิอัซ-กาเนล กล่าวว่า นั่นเป็นเพราะพวกสหรัฐฯ รู้ดีว่าแม้คิวบาจะถูกปิดล้อม แต่ชาวคิวบาก็จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในด้านความยุติธรรมทางสังคมได้สำเร็จ ซึ่งเป็นปัญหาที่สหรัฐฯ ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในปัจจุบัน ทั้งยังได้ย้ำว่าประเทศคิวบาไม่ได้อยู่บนปากเหวของการล่มสลาย แต่กำลังเผชิญกับ สถานการณ์ที่ซับซ้อนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งผสานเข้ากับความสามารถในการยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญของประชาชนชาวคิวบา พร้อมยืนยันถึงขีดความสามารถในการขับเคลื่อนประเทศของคิวบา แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์อยู่ในขณะนี้ก็ตาม

                           อนึ่ง สหรัฐฯ ได้ริเริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศคิวบามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลคิวบายึดทรัพย์สินของบริษัทสหรัฐฯ มาเป็นของรัฐภายหลังการปฏิวัติคิวบาในปีค.ศ. 1959 และได้รับการกำหนดเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการในอีกสองปีต่อมาในสมัยประธานาธิบดีเคนเนดี้ อาศัยอำนาจผ่านพรบ.ว่าด้วยการค้ากับศัตรู (Trading with the Enemy Act) ค.ศ. 1917 เป็นการปูทางไปสู่ข้อจำกัดทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศที่ยืดเยื้อมานานกว่า 60 ปีถึงปัจจุบัน 

                           บทวิเคราะห์ และข้อคิดเห็น: ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯและคิวบายังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง โดยสำหรับรัฐบาลคิวบา มาตรการคว่ำบาตรยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ และเป็นคำอธิบายที่ไว้รองรับต้นตอของปัญหาต่างๆ ในประเทศ แต่สำหรับผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ มันเป็นเครื่องมือในการกดดันผู้นำคิวบาให้ดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองและสังคม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการเป็นประชาธิปไตยและหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่ไม่มีวันจะหาทางบรรจบลงด้วยกันอย่างสันติได้ เนื่องจากประเทศคิวบาถูกปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์มาเป็นเวลานานแล้ว

                           ขณะที่วิกฤตยังคงยืดเยื้อ การถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของการคว่ำบาตรเทียบกับความล้มเหลวในการปกครองของคิวบาเองยังคงแบ่งความคิดเห็นทั้งในและนอกเกาะ นักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่การคว่ำบาตรทำให้ปัญหาเศรษฐกิจของคิวบารุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การวางแผนเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์มานานหลายทศวรรษ การขาดการปฏิรูปตลาด และความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการคิวบา ก็มีบทบาทสำคัญในปัญหาการขาดแคลนและการชะงักงันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศเช่นกัน มาตรการล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการจำกัดการขนส่งเชื้อเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก แต่รัฐบาลสหรัฐฯก็ยังยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้จำเป็น เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลคิวบามีความรับผิดรับชอบต่อการกระทำของตน

                           ดูเหมือนว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ หรือ Status Quo จะยังไม่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เป็นบวกต่อกันในเวลาอันใกล้นี้ ดังจะเห็นได้จากแนวทางการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯที่แข็งกร้าวเพื่อกดดันคิวบาอย่างหนักข้อขึ้นทุกวัน และท่าทีของคิวบาที่ยังคงโต้กลับในขอบเขตศักยภาพที่ตนทำได้ ซึ่งในมุมมองของการค้าระหว่างประเทศ ก็ต้องถือว่าการตัดสินใจต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯต่อคิวบาครั้งนี้ ยิ่งทำให้การจะทำการค้ากับคิวบานั้นยังคงมีความท้าทายและอุปสรรคที่หนักหนา ด้วยสภาพเศรษฐกิจในคิวบาที่แร้งแค้น ศักยภาพในการเข้าถึงเงินตราต่างประเทศที่โดนสหรัฐฯปิดกั้น ซึ่งทั้งหมดมีผลต่อเงินสะพัดและกำลังซื้อของประเทศในปัจจุบัน แต่ก็อย่างที่เราทุกคนพอจะทราบกัน แนวทางการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์นั้นคาดเดาจับทิศทางได้ยากมาก ซึ่งเป็นจุดที่อาจพลิกจากร้ายเป็นดี และดีเป็นร้ายได้เช่นกัน ทำให้ผู้ที่สนใจประเด็นนี้ ควรต้องติดตามการพัฒนาของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯและคิวบาอย่างใกล้ชิด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/xqcsmc8ho0apk5jv3frk37o9&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2054hMUdlJcArfhEt9aeS9