09 กรกฎาคม 2569, 18:26น.

วันนี้ (9 ก.ค.2569)รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมิ.ย. 2569ว่า ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.5 เป็น 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านเริ่มคลี่คลายรวมถึงราคาน้ำมันตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง รวมถึงรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) เดือนมิ.ย.2569 อยู่ที่ 41.4 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่4 เนื่องจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสยังไม่สามารถส่งผลบวกไปถึงยอดขายของภาคธุรกิจ และในเดือนแรกยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นได้ เห็นได้จากอัตราการจ้างงานยังคงต่ำ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shapedเติบโตเฉพาะสินค้าAI และอิเล็กทรอนกส์ ไม่กระจายไปยังเอสเอ็มอี
อย่างไรก็ตามดัชนีความเชื่อมั่น 2 รายการชี้ให้เห็นว่าด้านของผู้บริโภครับรู้เชิงบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส มองว่ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับรู้เชิงบวกว่า เม็ดเงินไทยช่วยไทยพลัสที่สะพัดราว เดือนละ 5 หมื่นล้าน เข้ามาช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจ ทั้งนี้หากสงครามตะวันออกกลางไม่กลับมารุนแรง รัฐบาลดำเนินมาตรการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่อง 4เดือน มีการปรับโครงสร้างพลังงาน คาดว่ากำลังซื้อจะโดดเด่นขึ้น เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มกลับมาคึกคักได้ในช่วงไตรมาส4 อาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้โตได้เกิน2%
ส่วนกรณีที่สหรัฐฯประกาศยกเลิกการหยุดยิงชั่วคราวประกาศโจมตีอิหร่านรอบใหม่เมื่อ2วันที่ผ่านมานั้น มองว่าอาจจะไม่รุนแรงมากจนกลับมาสู่การปะทะรอบใหม่ เนื่องจากสหรัฐฯยังไม่มีการใช้กองกำลังทหาร เป็นเพียงการใช้โดรนโจมตี และมีโอกาสที่จะเจรจาร่วมกันได้ ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่น่าจะพุ่งสูงเกิน 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังสามารถเติบโตได้ตามคาดคือ 2-2.5%
หากเกิดกรณีมีการขัดแย้งยืดเยื้อ และทั้ง2ประเทศกลับมาปะทะโจมตีกันรุนแรงอีกครั้ง อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นไปแตะที่90-110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อาจส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่า2% โดยอาจอยู่ในช่วง 1.5-2%
นายวชิร คูณทวีเทพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC Confidence Index) เดือนมิ.ย.69 ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นภาคธุรกิจ และหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจในช่วง 22-29 มิ.ย. 69 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 41.4 ลดลงจากเดือนพ.ค. 69 ซึ่งดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 49.5
ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจ ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแม้ในเดือนมิ.ย.นี้ รัฐบาลจะมีการออกมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แต่ก็ยังเป็นช่วงเดือนแรก จึงอาจยังไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นได้ชัดเจนมากนัก ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจ ยังมองว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ช่วยดูแลภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลของราคาพลังงานในตลาดโลก อันเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ โดยสัญญาณการชะลอตัวของความเชื่อมั่นยังมีให้เห็น และมีสัญญาณที่จะปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี ผลสำรวจความเห็นจากผู้ประกอบธุรกิจในหลายพื้นที่ ยังมีความหวังว่ารัฐบาลจะทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
#ดัชนี้เชื่อมันผู้บริโภค
#มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
Cr:UTCC
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/th/site/news/view/162837&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3x8TcnOchc53hjdK4jqUIX

