ภาพคำทำนายด้านเศรษฐกิจเมืองรัตนโกสินทร์ปี 2569
นานๆ ผู้เขียนจะเห็นสัญญาณที่ส่งออกมาจากดวงชะตาเมืองเป๊ะๆ ตามตำราแบบที่เพิ่งเจอมาจะจะคาตา ปรากฏการณ์เกิดอย่างไรจะเล่าให้ฟังเป็นขั้นตอน
1.ย้อนกลับไปคำทำนายที่เคยให้ไว้ตลอดว่า ขณะที่เมืองต้องตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก และปฏิวัติเศรษฐกิจของเมืองเองระหว่างกรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 เป็นเวลาประมาณเจ็ดปี เพื่อเป้าหมายหลุดจากประเทศรายได้ปานกลางไปสูงนั้น
2.ในระหว่างเจ็ดปีนี้ ช่วงเวลาสำคัญที่เรื่องลบด้านเศรษฐกิจจะโผล่ให้เมืองต้องเผชิญ ถือเป็นเคราะห์ร้าย แถมเน่าในทางเศรษฐกิจ คือช่วงเวลาระหว่างวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2568-วันเกิดเมือง 21 เมษายน 2569 (ดาวตัวแทนทางเศรษฐกิจของเมืองเป็นกาลกิณีจร)
ผลคือ ระยะนั้นด้านเศรษฐกิจของเมืองและทำมาหากินฝืดเคือง หาความรุ่งเรืองไม่ค่อยได้
และแม้รัฐบาลจะพยายามกระตุ้นด้วยวิธีการต่างๆ เช่น แจกเงินหมื่นในรัฐบาลคุณแพทองธาร ชินวัตร หรือทำคนละครึ่งพลัสในรัฐบาลของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ตาม
และถ้ายังจำกันได้วันที่ 21 เมษายน 2568 นี่แหละที่ผู้เขียนเคยประกาศว่าให้ขายหุ้นให้เรียบร้อยก่อนวันนั้น เพราะเกณฑ์ดาวเศรษฐกิจของเมืองในทางโหรเสียเป็นเวลาหนึ่งปีนั่นเอง
มีหนึ่งครอบครัวทำตาม ได้เงินไปมากโข
แต่ผู้เขียนเองกลับขายไม่ทัน นี่คือวาสนาที่รู้ทั้งรู้แต่ไขว่คว้าไม่ได้
3.ผลจากข้อ 2. ชัดเจนที่ออกมาคือ ก่อนวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569 (ย้ำวันที่) แม้ตัวเลขจะแตกต่างกัน แต่หน่วยงานต่างๆ สรุปผลออกมาว่า อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ของประเทศไทยปี 2568 ต่ำที่สุดในประเทศอาเซียน
เช่นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ไอเอ็มเอฟให้ตัวเลขจีดีพีไทยเพียงร้อยละ 1.5
เล่นเอาทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องปาดเหงื่อ
4.และแล้วความขลังของตำราโหรก็เกิดให้เห็นคือ
4.1 ย้อนกลับไปที่บทความแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 630 ชื่อตอนเศรษฐกิจ-จากระยะเผาจริงจะนำไปสู่อะไร เขียนไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ที่ขอสกัดใจความมาเผยแพร่ซ้ำให้เห็นปาฏิหาริย์ดวงเมืองคือ
“ข.ตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569-21 เมษายน 2570 เคราะห์ทางพื้นฐานเศรษฐกิจเมืองจะลดลง” เพราะทางโหรดาวเศรษฐกิจของเมืองหยุดเป็นกาลกิณีจรแล้ว ผลที่เห็นทันตาในวันเกิดเมืองเลย คือ
5.บริษัทจัดอันดับมูดี้ส์เคยจัดเกรดให้เศรษฐกิจประเทศไทย ในเชิงลบ พลันเปลี่ยนไป ให้มีเสถียรภาพ
แล้วมูดี้ส์มาประกาศวันเกิดเมืองซึ่งเป็นวันแรกที่ดาวเศรษฐกิจหยุดเป็นกาลกิณีจรให้โหรตาค้างเสียด้วย!!!
6.เมื่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองล้อไปกับดาวเช่นนี้ ทำให้ผู้เขียนเชื่อมั่นคำทำนายส่วนที่เหลือที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้แบบมีความหวังว่า ประมาณกรกฎาคม 2572 เรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร สถานะเศรษฐกิจของเมืองจะหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางไปสูงได้
7.แม้ก่อนจะไปถึงจุดนั้น สงครามเศรษฐกิจโลกกำลังอาละวาดหนักมาตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลรบกับอิหร่าน ทำให้ราคาพลังงานทั้งโลกออกแนวกระฉูด
เมืองจึงเจอเข้ากับแนวลบซ้อนลบทางเศรษฐกิจตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์-21 เมษายน 2569 ที่ผู้เขียนเคยบอกว่าเมืองจะพบเจอหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระดับต้มยำกุ้ง หรือน้องๆ ต้มยำกุ้ง
8.แต่อย่างน้อยทางโหรเมื่อเคราะห์ร้ายจากเนื้อในทางเศรษฐกิจของเมืองหมดตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โอกาสสู้ย่อมแทรกเข้ามาให้ตีฝ่าและไขว่คว้า
เพราะสถานการณ์แบบนี้ราคาน้ำมันกระฉูดเมืองไม่ใช่ว่าจะไม่เคยพานพบ
ในอดีตขณะที่ผู้เขียนเริ่มทำข่าวพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับคุณเกษม จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เคยวิ่งวุ่นหาน้ำมันเข้าประเทศมาแล้วคราวเกิดวิกฤตพลังงานโลกครั้งที่สอง ที่ราคาน้ำมันดิบจาก 13 ดอลลาร์พุ่งขึ้นไปเป็นเกือบ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
คราวนั้นมีการใช้มาตรการปิดทีวีตอนเย็นเพื่อประหยัดพลังงาน และออกกฎหมายตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติ คือ ปตท.ในปัจจุบัน
และเมื่อพลเอกเกรียงศักดิ์พ้นจากตำแหน่งเพราะปัญหาราคาน้ำมัน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ก็ได้ต่อยอด เช่น ยึดโรงกลั่นน้ำมันบางจากมาเป็นของรัฐ พร้อมนำแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทยขึ้นมาใช้พาประเทศสู่ยุค โชติช่วงชัชวาล
สุดท้าย ทีมงานเศรษฐกิจรัฐบาลชุดนี้ที่จะรับมือและตีฝ่าชื่อชั้นก็ใช่ว่ากิ๊กก๊อก เมืองจึงมีโอกาสมาก เพียงแต่ก็ไม่ง่าย
เพราะทางดวงเมืองนั้นย้ำอีกครั้ง วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569-วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2570 ชะตาเมืองยังอับอยู่ ทำอะไรยังได้ครึ่งเสียครึ่ง
21 เมษายน 2570 เป็นต้นไป จึงจะได้เห็นเศรษฐกิจของเมืองเริ่มโงหัว.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/985588/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39rNCjweN8nIHwcHEeK0LJ

