• Thu. Jul 30th, 2026

“พิพัฒน์” ปักหมุดพัฒนาด้านคมนาคม “อีสาน-ใต้” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

“พิพัฒน์”-ปักหมุดพัฒนาด้านคมนาคม-“อีสาน-ใต้”-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก“พิพัฒน์” ปักหมุดพัฒนาด้านคมนาคม “อีสาน-ใต้” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

“พิพัฒน์” เร่งขยายคมนาคมสู่ภูมิภาค ปักหมุดพัฒนา “อีสาน-ใต้” เชื่อมต่อเศรษฐกิจ ลดเวลาเดินทาง รองรับการขนส่งสินค้าเกษตรกรรม ลดต้นทุนโลจิสติกส์ กระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทยว่า รัฐบาลกำลังเร่งรัดปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้มีความยืดหยุ่น เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจรวมถึงความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้กำหนดให้พื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานเป็นพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่โดยตรง

นายพิพัฒน์ กล่าวเน้นย้ำว่า การพัฒนาด้านการคมนาคมในยุคปัจจุบันต้องมองถึงผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ รัฐบาลได้วางโครงสร้างการยกระดับทางหลวงสายหลัก การเร่งรัดพัฒนาระบบขนส่งทางรางผ่านโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ตลอดจนการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ควบคู่ไปกับการปรับปรุงและยกระดับศักยภาพของท่าเรือและสนามบินภูมิภาค ให้สามารถรองรับการเติบโตด้านการค้าและการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ในส่วนของพื้นที่ภาคอีสาน รัฐบาลได้เตรียมแผนเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์การขนส่งสินค้าและการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เชื่อมตรงสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และขยายการเชื่อมโยงต่อเนื่องไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจข้ามแดน พร้อมกันนี้ยังมีการขยายและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงสายหลักและสายรอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเกษตรกรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าว ทั้งนี้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการเร่งรัดพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในครั้งนี้ จะไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

การมุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จับต้องได้ในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของรัฐบาลในการมุ่งเน้นผลประโยชน์จริงที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทาง และกระจายความเจริญสู่ภาคใต้และภาคอีสานอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2949524&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17Hv9pIS1Zgk5fNfmcRrUu