เศรษฐกิจฝรั่งเศสเผชิญแรงกดดัน หลังหั่นคาดการณ์ GDP ปีนี้เหลือโต 0.4% ขณะที่รัฐบาลเร่งลดขาดดุลงบประมาณ และต้นทุนดอกเบี้ยหนี้สาธารณะอาจแตะ 1 แสนล้านยูโรต่อปีภายในปี 2571-2572
วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 14.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอ็มมานูเอล มูแล็ง ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ระบุว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากังวล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น
มูแล็ง ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) ด้วย ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ RTL ว่า แม้จะยังไม่ถึงขั้นกล่าวว่าฝรั่งเศสกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่สถานการณ์ในปัจจุบันทั้งน่ากังวลและไม่น่าพอใจ โดยเฉพาะปัญหาการคลังภาครัฐและการขาดดุลงบประมาณที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
เศรษฐกิจฝรั่งเศสกำลังเติบโตตามหลังประเทศอื่นในยูโรโซน แม้เศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวมยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ลงเหลือเพียง 0.4% จากเดิม 0.7% หลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคซบเซาและการลงทุนลดลง ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสมีกำหนดเปิดเผยประมาณการ GDP ฉบับปรับปรุงในวันศุกร์
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลัง ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้น พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ และระบุว่าเศรษฐกิจยุโรปโดยรวมมีความยืดหยุ่นต่อผลกระทบจากความขัดแย้งมากกว่าที่คาดไว้
มูแล็งกล่าวว่า สถานการณ์ของยูโรโซนแตกต่างจากฝรั่งเศส โดยเศรษฐกิจยูโรโซนยังเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงมาก และ ECB จำเป็นต้องกำหนดนโยบายเพื่อเศรษฐกิจยูโรโซนโดยรวม ซึ่งบางช่วงอาจเป็นผลดีต่อฝรั่งเศส แต่บางช่วงก็อาจไม่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศ
การชะลอตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศสกำลังสร้างความท้าทายต่อแผนของรัฐบาลที่จะลดการขาดดุลงบประมาณในปีนี้ลงเหลือ 5% ของ GDP จาก 5.1% ในปี 2568 ขณะเดียวกันยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณปีหน้า เนื่องจากสมาชิกฝ่ายค้านไม่ต้องการประนีประนอมกับมาตรการลดรายจ่ายที่ไม่ได้รับความนิยม ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน เม.ย.-พ.ค.
ความไม่แน่นอนดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซ้ำเติมภาวะเทขายพันธบัตรทั่วโลก โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปีเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี พุ่งเหนือ 90 เบสิสพอยต์ในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป
มูแล็งเตือนว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ต้นทุนดอกเบี้ยของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และฝรั่งเศสอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยเพื่อชำระหนี้สูงถึงเกือบ 1 แสนล้านยูโรต่อปีภายในปี 2571 หรือ 2572
ด้าน ฌอง-ลุค เมลองชง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากฝ่ายซ้ายจัด เสนอให้แก้ปัญหาการคลังของฝรั่งเศสด้วยการยกเลิกหนี้ที่ถือครองโดยธนาคารกลางฝรั่งเศสและ ECB ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมายและเป็นอันตรายทางการเงิน
มูแล็งระบุว่า การล้างหนี้ดังกล่าวแทบไม่ต่างจากความพยายามนำฝรั่งเศสออกจากยูโรโซน พร้อมวิจารณ์ว่าเป็นแนวทางที่ “ผิดกฎหมาย อันตราย และไร้ประโยชน์” เพราะจะสร้างเงินเฟ้อและผลักดันอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น
เขายังชี้ว่า ฝรั่งเศสไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้มาตั้งแต่ปี 2340 และหากรัฐบาลเลือกไม่ชำระหนี้ที่มีภาระผูกพันอยู่ การกระทำดังกล่าวก็จะถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้โดยตรง
อ้างอิง : bloomberg.com


