ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงและฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติ ด้วยการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาวิกฤติอย่างเป็นระบบ โดยเข้าปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี พร้อมทั้งนำ ปตท. เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงทำให้องค์กรมีฐานะการเงินที่เข้มแข็งขึ้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในช่วงเวลานั้นอีกด้วย

นับตั้งแต่นั้นมา หุ้น ปตท. ได้กลายเป็นหลักทรัพย์ในกลุ่มพลังงานที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มมูลค่าของตลาดหลักทรัพย์ไทย เป็นแรงขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับประเทศโดยรวม ผลประกอบการของ ปตท. ยังเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้กับภาครัฐ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2544 ถึงปี 2568 กลุ่ม ปตท. ได้นำส่งรายได้ให้แก่ภาครัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมกว่า 1.38 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ภาครัฐที่ใช้สนับสนุนการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ

นอกเหนือจากบทบาทด้านการนำส่งรายได้แล้ว การขยายการลงทุนของกลุ่ม ปตท. ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระดับมหภาคของเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่ของการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับคนไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยให้ทัดเทียมและยืนหยัดได้อย่างสง่างามบนเวทีเศรษฐกิจระดับสากล สะท้อนถึงบทบาท ปตท. ในฐานะเสาหลักที่ร่วมขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนาน

  • องค์กรแชมเปี้ยนของไทย

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท. ยกระดับศักยภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นสู่การเป็น “National Champion” หรือองค์กรแชมเปี้ยนของไทยที่ทำหน้าที่นำพาทั้งประเทศและองค์กรพันธมิตรไทยให้เติบโตไปด้วยกันบนเวทีโลก ผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ ปตท. โดย ปตท.สผ. ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยในระยะยาว ควบคู่ไปกับการแสวงหาและเชื่อมโยงโอกาสใหม่ๆ ด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางธุรกิจในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ ภายใต้กลยุทธ์ในการเดินหน้าขยายการลงทุนและการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอย่างครบวงจร ผ่านเครือข่ายสำนักงานการค้าระหว่างประเทศที่เข้มแข็งและเปี่ยมด้วยความเชี่ยวชาญตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้ปัจจุบัน ปตท. มีสำนักงานกระจายอยู่กว่า 6 แห่งในหลายภูมิภาคทั่วโลก ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักครอบคลุมเครือข่ายการค้ากว่า 70 ประเทศ เครือข่ายนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงธุรกิจไทยกับเวทีโลก ให้อุตสาหกรรมไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล เป็นกลไกที่สร้างมูลค่าเพิ่มและขยายการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร พร้อมกับนำพาพันธมิตรทางธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง ตอกย้ำบทบาทของ ปตท. ในฐานะองค์กรที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยในสายตานานาชาติ

  • ผสานเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ปตท. ปรับกระบวนการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ากับทุกมิติของธุรกิจ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และมุ่งพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โครงสร้างและระบบบริหารจัดการ พร้อมก้าวสู่องค์กรแห่งอนาคต ภายใต้โครงการ AXIS: AI Transformation & Synergy หรือพลังร่วม ที่มุ่งผสานคน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการทำงานในองค์กรเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล

ตัวอย่างสำคัญคือ Axistant แพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กรของ ปตท. ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็น Enterprise Chat สำหรับพนักงาน ช่วยค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการทำงานและการตัดสินใจในทุกระดับขององค์กร พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์จริงในการดำเนินธุรกิจ

นอกจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีแล้ว ปตท. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรควบคู่กัน โดยเดินหน้าโครงการ Upskill และ Reskill ด้านดิจิทัลและ AI อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น AI Boost Camp เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน AI ให้พนักงาน จัดตั้ง AI Space พื้นที่แห่งการเรียนรู้ ทดลอง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน AI สำหรับพนักงานกลุ่ม ปตท. เพื่อส่งเสริมการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจริง โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมพัฒนาแนวคิด แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเร่งการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กร

ดังนั้น รากฐานที่มั่นคง ตลอดระยะเวลา 48 ปี  เกิดขึ้นจากกำลังใจและแรงสนับสนุนของทุกภาคส่วน และนับจากวันนี้  ทุกย่างก้าวของการเดินทางของ ปตท. จะยังคงยืดหยัด แน่วแน่ว และสร้างความแข็งแรงให้สังคม ประเทศและโลก เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง และยั่งยืน