อาราคชียังได้ยกข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของสหรัฐ มาประกอบคำกล่าวของเขา โดยมีการแชร์รายงานจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์และสำนักข่าว CNN เกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก โดยรายงานของนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงภาระทางการคลังที่สะสมจากการกู้ยืม เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม, โครงการสวัสดิการสังคม, และมาตรการลดภาษีของรัฐบาลทรัมป์ นอกจากนี้ ในปีนี้เพียงปีเดียว รัฐบาลสหรัฐมีแนวโน้มกู้ยืมเงินมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล
ด้านคาเซ็ม การรีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ ก็ออกมาแสดงความเห็นต่อมาตรการของสหรัฐผ่าน X เช่นกัน โดยระบุว่า แผนการกดดันทางเศรษฐกิจของวอชิงตัน มีแนวโน้มล้มเหลว สหรัฐอ้างว่าอิหร่านกำลังใกล้พ่ายแพ้ และอยู่ในสถานการณ์ที่แทบจะไปต่อไม่ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน สหรัฐกลับต้องร้องขอให้พันธมิตรของตนเข้ามาช่วยเหลือ ในการดำเนินมาตรการกดดันอิหร่าน
การรีบาบาดีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาเกิดจากการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดของสหรัฐ ซึ่งทุกครั้งที่พยายามปกปิดความผิดพลาดดังกล่าว กลับทำให้สหรัฐต้องเผชิญกับความล้มเหลวที่รุนแรงยิ่งขึ้น สงครามทางทหารไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ และขณะนี้สหรัฐ ก็เรียกความพ่ายแพ้ครั้งต่อไปว่า เป็นสงครามเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะดำเนินปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยใช้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง ต่ออิหร่าน โดยเรียกมาตรการดังกล่าวว่า “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” และระบุว่า จะเป็นการทำสงครามทางเศรษฐกิจ และการโดดเดี่ยวอิหร่าน ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรของสหรัฐ เข้าร่วมความพยายามในการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1668424&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2030h6NcQwDoLAneqsdFPe

