• Thu. Sep 3rd, 2026

นายกฯ ชวนนักลงทุนพลิกวิกฤต 4 ด้าน ชูไทยฮับอาเซียนเจาะตลาดประชากรพันล้านคน ปูทางสู่เศรษฐกิจอายุยืน

นายกฯ-ชวนนักลงทุนพลิกวิกฤต-4-ด้าน-ชูไทยฮับอาเซียนเจาะตลาดประชากรพันล้านคน-ปูทางสู่เศรษฐกิจอายุยืนนายกฯ ชวนนักลงทุนพลิกวิกฤต 4 ด้าน ชูไทยฮับอาเซียนเจาะตลาดประชากรพันล้านคน ปูทางสู่เศรษฐกิจอายุยืน

นายกรัฐมนตรี ประกาศจุดยืนบนเวทีโลก ชวนนักลงทุนพลิกวิกฤต 4 ด้าน ชูจุดแข็งฮับอาเซียนเจาะตลาดประชากรพันล้านคน พร้อมกางแผนหั่นกฎหมาย 7,000 ฉบับ ปูทางสู่ “เศรษฐกิจอายุยืน” 

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 3 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand’s Offer to the World” บนเวทีสัมมนา The Bangkok Business Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้ฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านพร้อมกันใน 4 มิติ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร ซึ่งประเทศไทยไม่อาจหยุดนิ่งได้ แต่ต้องเปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้ให้เป็นโอกาส  

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่อยู่นิ่งและไม่โดดเดี่ยวตัวเองในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความเปราะบาง แต่จะมุ่งกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตกับอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ สำหรับด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไทยต้องไม่เป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีที่พัฒนาจากที่อื่น แต่ต้องสร้างองค์ความรู้และยกระดับศักยภาพแรงงาน รวมถึงธุรกิจ SME ให้สามารถพัฒนานวัตกรรมและแข่งขันได้  

นอกจากนี้ ไทยยังพร้อมพลิกวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน และแนวทางแก้ไขปัญหาที่อิงธรรมชาติ และที่สำคัญ ในยุคสังคมสูงวัย รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) เพื่อเปลี่ยนผู้สูงอายุจากภาระให้เป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ทั้งในอุตสาหกรรมสุขภาพ ธุรกิจเวลเนส การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี  

“สิ่งที่ไทยเสนอต่อโลกไม่ใช่แค่ทำเลที่ตั้งบนแผนที่ แต่คือ ความพร้อมเชิงลึก ทั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โลจิสติกส์ และแรงงานที่มีประสบการณ์ นักลงทุนสามารถใช้ไทยเป็นสปริงบอร์ดเชื่อมโยงซัพพลายเชนไปทั่วอาเซียน ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายแค่ตลาด 70 ล้านคนในประเทศ แต่หมายถึงการเข้าถึงประชากรนับพันล้านคนในภูมิภาค” 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญคือความสามารถในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมข้ามสาย เช่น การนำการผลิตขั้นสูงมาผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัล การเชื่อมโยงภาคการเกษตรเข้ากับเทคโนโลยีชีวภาพและอาหารแห่งอนาคต หรือการใช้พลังงานสะอาดขับเคลื่อนยานยนต์แห่งอนาคต รวมไปถึงการเป็นปลายทางที่คนเก่งจากทั่วโลก สามารถเข้ามาสร้างชีวิตและครอบครัวได้ ด้วยระบบสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐานสากล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน รัฐบาลกำลังเดินหน้าทบทวนและเตรียมยกเลิกกฎระเบียบข้อบังคับกว่า 7,000 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจพร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานประเทศผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD  

นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงท้ายถึงนักลงทุนต่างชาติว่า ไทยพร้อมจะเป็นมากกว่าฐานการผลิตหรือตลาดระบายสินค้า แต่ต้องการเป็นหุ้นส่วนในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อย่าเพียงแค่มาสร้างธุรกิจในไทย แต่จงมาร่วมสร้างไปพร้อมกับไทย ซึ่งความพร้อมและศักยภาพทั้งหมดนี้ จะเป็นสิ่งที่ประเทศไทยนำเสนอต่อสายตาชาวโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ที่กรุงเทพฯ ในเดือนหน้า

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2957139&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SHqb1ozmaacct2QcZuUg4