กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์รายงานยอดขายรถยนต์ 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.69) ทำได้ 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่ง (ICE) 77,837 คัน ลดลง 20.20%
ขณะที่รถยนต์นั่ง EV มีจำนวน 161,532 คัน เท่ากับ 30.99% ของยอดขายทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ถึง 98.56%
สำหรับยอดขายรถกระบะ (Pickup 1 Ton) จำนวน 47,552 คัน ลดลง 16.11% รถกระบะดับเบิลแค็บ 53,681 คัน เพิ่มขึ้น 7.60% ส่วนพีพีวี 29,512 คัน ลดลง 4.91%
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า รถกระบะยังคงมียอดขายลดลง จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้ออ่อนแอเพราะค่าครองชีพสูง และแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตรถกระบะที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่า 90% ยังคงผลิตลดลง
“รัฐบาลเพิกเฉยต่อปัญหารถกระบะที่ลดลงมาเป็นเวลากว่า 3 ปี ทำให้ผลิตลดลงสามแสนกว่าคัน แสดงถึงความละเลยเพิกเฉยในหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ไม่สามารถรักษาการจ้างงานที่มีอยู่แล้วให้คงอยู่ได้ ย่อมส่งผลต่อความยั่งยืนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศไทยจึงเติบโตในอัตราต่ำ และต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศในอาเซียน”
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอเสนอรัฐบาลช่วยเหลือการผลิตรถกระบะ โดยกระตุ้นให้มีการปล่อยสินเชื่อซื้อรถกระบะในประเทศมากขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตรถยนต์สันดาปภายใน และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อปกป้องและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทยให้เติบโต เป็นฐานผลิตยานยนต์และส่งออกยานยนต์ที่สำคัญประเทศหนึ่งของโลกต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/motor/motor/672466&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q3wJaQ4NqMHXYTzu8hMDp

