• Tue. May 12th, 2026

ดีอี-ปณท. ร่วมขับเคลื่อน “ไทยช่วยไทย” กระจายสินค้าราคาถูกผ่าน “รถพุ่มพวง” เริ่ม 15 พ.ค.นี้

ดีอี-ปณท-ร่วมขับเคลื่อน-“ไทยช่วยไทย”-กระจายสินค้าราคาถูกผ่าน-“รถพุ่มพวง”-เริ่ม-15-พค.นี้ดีอี-ปณท. ร่วมขับเคลื่อน “ไทยช่วยไทย” กระจายสินค้าราคาถูกผ่าน “รถพุ่มพวง” เริ่ม 15 พ.ค.นี้

ดีอีร่วมกับไปรษณีย์ไทย ขานรับนโยบายรัฐบาล ผนึกเครือข่ายรถพุ่มพวง กระจายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศพร้อมนำสินค้าเฮาส์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทย ร่วมช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

ทำเนียบรัฐบาล 12 พฤษภาคม 2569 – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามนโยบายรัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บูรณาการศักยภาพโครงข่ายไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชน ผนึกกำลังร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนเครือข่ายรถพุ่มพวงกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ประชาชน พร้อมระบบบริหารสินค้าและสต็อก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนร่วมจำหน่ายสินค้าเฮาส์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทย อาทิ ข้าวสารตราไปร น้ำดื่มตราไปร และไปรคอฟฟี่ ในราคาพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยไปรษณีย์ไทยจะเริ่มกระจายส่งมอบสินค้าให้แก่รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มอบหมายบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บูรณาการศักยภาพโครงข่ายไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชน ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายรถพุ่มพวงและจุดกระจายสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ควบคู่กับการนำระบบบริหารจัดการสินค้าและเครือข่ายโลจิสติกส์ของประเทศมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการค้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในทุกพื้นที่

“โครงการ ไทยช่วยไทย ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการช่วยลดค่าครองชีพระยะสั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงศักยภาพของระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งด้านดิจิทัล โลจิสติกส์ และการกระจายสินค้า เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่น พร้อมยกระดับการเข้าถึงสินค้าและบริการที่จำเป็นของประชาชนในทุกพื้นที่ ไปรษณีย์ไทยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศที่มีความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย บุคลากร และระบบดิจิทัล สามารถต่อยอดบทบาทจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์สู่กลไกสนับสนุนเศรษฐกิจระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายรถพุ่มพวง จุดกระจายสินค้า และชุมชนทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้สินค้าอุปโภคบริโภคเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และต่อเนื่อง โดยในระยะต่อไป กระทรวงฯ พร้อมต่อยอดศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเครือข่ายบริการระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนมาตรการด้านเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลในมิติอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งด้านการกระจายสินค้า การเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อย การสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ”

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เตรียมความพร้อมเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างเต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการสินค้า การกระจายสินค้า และการประสานงานร่วมกับเครือข่ายรถพุ่มพวงในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งได้วางระบบการดำเนินงานตั้งแต่การบริหารสต็อกสินค้า การคาดการณ์ความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ การเปิดระบบสั่งซื้อสินค้าแบบ Pre-Order ตลอดจนการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างที่ทำการไปรษณีย์ รถพุ่มพวง และจุดกระจายสินค้าในชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค ลดปัญหาสินค้าขาดหรือกระจายไม่ทั่วถึง และรองรับการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไปรษณีย์ไทยจะเริ่มส่งมอบสินค้าให้แก่รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

“จุดแข็งสำคัญของไปรษณีย์ไทย คือเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศและอยู่ใกล้ชุมชน ทำให้สามารถเชื่อมต่อการกระจายสินค้าไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยในระยะแรกไปรษณีย์ไทยได้ยกระดับที่ทำการไปรษณีย์จำนวน 122 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ก่อนขยายผลเพิ่มเติมสู่ไปรษณีย์อำเภออีก 824 แห่ง รวมทั้งสิ้น 946 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ประชาชนได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น” 

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังร่วมจำหน่ายสินค้าเฮาส์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทย อาทิ ข้าวสารตราไปร น้ำดื่มตราไปร และไปรคอฟฟี่ ในราคาพิเศษ และสินค้าจากแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ควบคู่กับสินค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นให้แก่ประชาชน ผ่านเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมได้อย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยยังใช้แพลตฟอร์ม ThailandPostMart สนับสนุนการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 2,000 ราย เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ”

“ไปรษณีย์ไทยมุ่งใช้ศักยภาพของโครงข่ายโลจิสติกส์และเครือข่ายบริการของประเทศในการส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมสนับสนุนการกระจายสินค้าที่จำเป็นให้เข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2932280&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Cf3U8ezcTbL_vdg8B05s-