การมองภาพการเมืองภาคใต้ในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของ “พรรคยี่ห้อ” อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง “วัฒนธรรมบ้านใหญ่ดั้งเดิม” กับ “ยุทธศาสตร์การพัฒนา” ที่มีงบประมาณเป็นเดิมพัน
SPACEBAR พาไปชำแหละลึกถึงแก่นของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor (SEC) และ โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่กำลังกลายเป็น “ขุมพลังการเมือง” แหล่งใหม่ของ 4 จังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ ระนอง, ชุมพร, นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี
จะเห็นว่าภาคใต้กำลังถูกเขย่าด้วยแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อ พรรคภูมิใจไทย ก้าวเข้ามาเป็น “เจ้าภาพ” โครงการระดับเรือธง โดยมีเป้าหมายจะเปลี่ยนภาคใต้จากดินแดนเกษตรและท่องเที่ยว ให้กลายเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค
งานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องอิฐหินปูนทราย แต่มันคือการจัดวาง “เครือข่ายอำนาจใหม่” ของบรรดา ตระกูลการเมือง ชื่อดังที่เรารู้จักกันดี ทั้งสายสีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย), สายสีฟ้า (ประชาธิปัตย์) และม้ามืดอย่างสีชมพู-ม่วง (ไทรวมพลัง) ที่กระโดดเข้ามาร่วมวงไพบูลย์นี้อย่างมีนัยสำคัญ
ยุทธศาสตร์ ‘แลนด์บริดจ์’ 1 ล้านล้าน สู่การเซ็ตผังเมือง SEC
ก่อนจะไปดูตัวละคร เราต้องเข้าใจ “กระดานอำนาจ” โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง คือ โปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ที่ตั้งใจจะเชื่อมโยง มหาสมุทรอินเดีย และ แปซิฟิกเข้าด้วยกัน
ความเด็ดขาดของโครงการนี้ อยู่ที่การผลักดันร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่ให้อำนาจพิเศษเหนือกว่ากฎหมายปกติ โดยระบุว่า อาจยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายเดิมถึง 33 ฉบับ เพื่อปรับเปลี่ยนผังเมืองและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน
นี่เป็น “กุญแจ” ดึงดูด “บรรดาบ้านใหญ่” เพราะการเปลี่ยนสีผังเมืองจาก สีเขียว (เกษตรกรรม) เป็น สีม่วง (อุตสาหกรรม)
ระนอง สมรภูมิโค่นแชมป์ 8 สมัย – ตระกูล ‘ฉัตรมาลีรัตน์’ ผงาด
จ.ระนอง ซึ่งเคยเป็น “พื้นที่ปิด” ของพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน วันนี้กลายเป็นจุดเช็คอินทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว
การล่มสลายของตระกูล ‘ร่มเย็น’ โดยเฉพาะ วิรัช ร่มเย็น อดีต สส. 8 สมัยผู้เป็นตำนานของพรรคสีฟ้า ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการเมืองที่ยึดติดกับชื่อเสียงพรรคมากกว่าการขยายฐานรากท้องถิ่น
ในทางกลับกัน ตระกูล ‘ฉัตรมาลีรัตน์’ นำโดย “สส. เอ” คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “การเมืองท้องถิ่นคือฐานทัพที่แท้จริง” โดย คงกฤษเริ่มต้นจากการเป็นนายก อบจ. ระนอง และนายกสมาคมกีฬาจังหวัด ทำให้เขามีเครือข่ายลึกซึ้งถึงระดับหมู่บ้าน
การตัดสินใจทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปลี่ยนใจไม่ส่งเขาลงสมัครในนาทีสุดท้าย แล้วย้ายซบพรรคภูมิใจไทยในปี 2561 คือจังหวะที่ “ถูกที่ถูกเวลา” ที่สุด เพราะภูมิใจไทยกำลังต้องการ “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ในพื้นที่อันดามันพอดี
บวกกับบารมีจากบิดา (บดินทร์ ฉัตรมาลีรัตน์) อดีตนายก อบจ. ผู้กว้างขวาง ทำให้เขาสามารถกวาดคะแนนในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย
วันนี้ คงกฤษ ไม่ใช่แค่ สส. แต่เขาคือ “ผู้ดูแลพื้นที่ด่านหน้า” โครงการท่าเรือน้ำลึกระนอง ที่จะกลายเป็นประตูสู่ยุโรปและอินเดียในอนาคต
ชุมพร ‘จุลใส’ ปฏิบัติการย้ายค่าย – ความหวังของ ‘มากอำไพ’
เมื่อเราข้ามมาฝั่งอ่าวไทยที่ จ.ชุมพร ฐานมี่มั่นตระกูล ‘จุลใส’ นำโดย ชุมพล จุลใส หรือ “ลูกหมี” อดีตแกนนำ กปปส. และ สส. หลายสมัย คือ “เจ้าพ่อชุมพร” ตัวจริงที่กุมหัวใจคนพื้นที่
ความเคลื่อนไหวที่ฮือฮาที่สุดคือการที่ทีม “จุลใส” ทั้งหมด รวมถึง สุพล จุลใส (ลูกช้าง) และ นพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายก อบจ. ชุมพร ตัดสินใจทิ้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของ พรรคภูมิใจไทย
สำหรับ จ.ชุมพร คือ “ปลายทางทาง” ของรถไฟทางคู่-มอเตอร์เวย์จาก จ.ระนอง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ที่คุม ก.คมนาคม ด้วย
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่สิ้นหวังในพื้นที่นี้ เพราะพวกเขายังมีตระกูล ‘มากอำไพ’ ที่นำโดย อิสระพงษ์ มากอำไพ ซึ่งเคยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมปี 2565 มาแล้ว
แม้ในการเลือกตั้งทั่วไปจะถูกกระแสภูมิใจไทยเบียดบัง แต่ตระกูลมากอำไพยังคงเป็น “ป้อมปราการสุดท้าย” ที่พยายามรักษาศักดิ์ศรีของพรรคสีฟ้า ในดินแดนประตูสู่ภาคใต้
นครศรีธรรมราช ช้างชนช้าง ‘เดชเดโช’ vs ‘วิชัยกุล’
มาถึงจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ที่มีถึง 9 เขตเลือกตั้ง จ.นครศรีธรรมราช ที่นี่คือ “ศึกชนช้าง” ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยแบบไม่มีใครยอมใคร
ฝั่งประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ได้กลายเป็น “หัวใจใหม่” ของพรรคในภาคใต้ไปแล้ว
โดย พิทักษ์เดช เดชเดโช ก็ยังคงรักษาเก้าอี้ สส. ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยนโยบายที่เน้นเศรษฐกิจปากท้องและการประมง
แต่ทางฝั่งภูมิใจไทยก็มี “อาวุธหนัก” คือตระกูล ‘วิชัยกุล’ โดยเฉพาะ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หรือ “ปุ้ย” บุตรสาวของตำนาน สส. มาโนชญ์ วิชัยกุล
การที่เธอตัดสินใจย้ายเข้าสู่พรรคภูมิใจไทยในช่วงปลายปี 2568 ทำให้ฐานเสียงในพื้นที่ สิชล-ขนอม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC ทรงพลังมากขึ้นอย่างมหาศาล
สุราษฎร์ธานี ‘ประดิษฐพร’ ผงาด ปะทะ ‘กาญจนะ’ ค่ายเล็ก ‘ไทรวมพลัง’
สุราษฎร์ธานีคือจังหวัดที่พรรคประชาธิปัตย์เคยพ่ายแพ้ยกจังหวัดในปี พ.ศ. 2566 แต่ในที่สุดตระกูล ‘ประดิษฐพร’ ก็นำโดย สมชาติ ประดิษฐพร หรือ “อ้อย” ก็สามารถกู้หน้าพรรคคืนมาได้สำเร็จ
สมชาติ ไม่ใช่คนอื่นไกล เขาคืออดีต สจ. สุราษฎร์ธานี และเป็นนักการเมืองที่ “ลงลึกถึงดิน” มานานกว่า 30 ปี ด้วยทุนทางสังคมที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยเป็น สจ. ทำให้เขาสามารถกวาดคะแนนได้กว่า 4 หมื่นคะแนน ในเขต 4 ชนะใจคนท่าข้ามและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างถล่มทลาย
ความน่าสนใจอยู่ที่ “ตระกูลกาญจนะ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจาก วชิราภรณ์ กาญจนะ เคยสังกัดทั้งประชาธิปัตย์และรวมไทยสร้างชาติ ล่าสุดเธอได้ตัดสินใจย้ายเข้าสู่ “พรรคไทรวมพลัง” (หรือเพื่อไทรวมพลัง) ในปี 2569
หลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมตระกูลใหญ่ถึงไปอยู่พรรคเล็ก นั่นเป็นเพราะพรรคไทรวมพลัง ภายใต้การนำของ “กังฟู” วสวรรธน์ พวงพรศรี เน้นนโยบาย “คนตัวเล็ก” ทำงานแบบท้องถิ่นนิยม ซึ่งสอดคล้อง รักษาฐานเสียงส่วนตัว โดยไม่ต้องไปติดหล่มความขัดแย้ง 2 พรรคใหญ่
ขณะที่ กานสินี โอภาสรังสรรค์ จากพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะเป็น สะใภ้บ้านใหญ่ กาญจนะ มีสามีคือ แสงโรจน์ กาญจนะ
การที่ ตระกูลกาญจนะ ย้าไปอยู่ไทรวมพลัง แต่มีสะใภ้อยู่ภูมิใจไทย บ่งบอกถึงถึงการ “กระจายความเสี่ยง” เมื่อประชาธิปัตย์เริ่มสั่นคลอน และภูมิใจไทย ก็มีตัวแสดงหลักอยู่แล้ว การเป็น “ตัวแปรที่สาม” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว-เกษตร จึงเป็นหมากที่ชาญฉลาด
อาจพูดได้ว่า ประวัติศาสตร์การเมืองภาคใต้กำลังเขียนบทใหม่ จากยุค “พรรคเดียวผูกขาด” สู่ยุค “บ้านใหญ่ร่วมรัฐบาล” การเกิดขึ้นของโครงการแลนด์บริดจ์และเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC คือ “ตัวเร่งปฏิกิริยา” ที่ทำให้บรรดาตระกูลการเมืองต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
พรรคภูมิใจไทย กลายเป็นแม่เหล็กดูดบ้านใหญ่ที่ต้องการงบประมาณและการพัฒนา
พรรคประชาธิปัตย์ กำลังรีแบรนด์ใหม่โดยใช้คนรุ่นใหม่อย่างเดชเดโช เพื่อสู้กับกระแสโครงการรัฐ
พรรคไทรวมพลัง กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับบ้านใหญ่ที่ต้องการอิสระในการทำงานพื้นที่
การชำแหละบ้านใหญ่การเมือง 4 จังหวัดภาคใต้ จะทำให้เห็น “ความเคลื่อนไหว” ทั้งในรดับชาติ-ระดับท้องถิ่น ผ่านโครงการ “แลนด์บริดจ์” และ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC” ในมิติทั้ง “แรงต้าน-แรงหนุน” ไปพร้อมๆกัน

อ้างอิง
infoquest / prd /bangkokbiznews / today / thaipbs / siamrath / policywatch / bangkokbiznews / thansettakij / theyworkforus //parliamentwatch / thaipbs / election66 / bhumjaithai / today / theyworkforus / kpi / infoquest /
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/politics/landbridge-political-family-1-8may26&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19BDPMj_qRNpnhUI7xITkE

