• Mon. Jun 22nd, 2026

ความไม่แน่นอนของสันติภาพยังสร้างบาดแผลทางเศรษฐกิจ

ความไม่แน่นอนของสันติภาพยังสร้างบาดแผลทางเศรษฐกิจความไม่แน่นอนของสันติภาพยังสร้างบาดแผลทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าสหรัฐและอิหร่านจะลงนามข้อตกลงหยุดยิงไม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และทั้ง 2 ฝ่ายมีเวลา 60 วันในการเจรจาเพื่อกำหนดข้อตกลงสุดท้ายที่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องเจรจาเพื่อลงรายละเอียด โดยเฉพาะข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่านที่การเจรจาไม่ง่าย

    ซึ่งทำให้ช่วงที่ผ่านมาโลกเบาใจลงเพียงชั่วคราว และหลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ในขณะที่ราคาพลังงานโลกจะไม่กลับสู่ระดับเดิมได้อย่างรวดเร็ว
    ความผันผวนที่ลากยาวมาตั้งวันที่ 28 ก.พ.2569 เมื่อสหรัฐร่วมกับอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานโลก โดยทุกครั้งที่เกิดสงครามจะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลกจะปรับฐานใหม่ รวมทั้งสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างฐานการผลิตและส่งออกพลังงาน เช่น โรงกลั่นน้ำมัน ท่อน้ำมัน รวมถึงเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีการว่างทุ่นระเบิดอยู่ไม่น้อย

     ถึงแม้ว่าหลังการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลง แต่การที่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลางจำนวนหนึ่งถูกทำลายลงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกไม่สามารถลดลงไปอยู่ระดับก่อนสงครามครั้งนี้ เพราะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการบริหารจัดการให้การขนส่งพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาเป็นปกติได้
    สถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านในปัจจุบันจึงยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลกรวมถึงไทย โดยยังมีความน่ากังวลถึงเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะการเติบโตช้า แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อประชาชนที่มีรายได้น้อยมากที่สุด รวมทั้งมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจอาจขยายตัวเพียง 1.0-1.4% ถึงแม้ว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะมองอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 1.5-2.0% แต่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพยังน่ากังวล

    บทเรียนสำคัญจากวิกฤติพลังงานในครั้งนี้ อยู่ที่ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นเตือนให้ประเทศไทยมองถึงความมั่นคงทางพลังงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการสร้างแรงผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เต็มศักยภาพ โดยรัฐบาลจะต้องมองทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าระยะสั้น แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมองถึงทิศทางของประเทศในระยะยาว รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศพร้อมรับมือกับวิกฤติครั้งต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/editorial/1239449&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05FKOz4miqfxXVhZSl6wiO