ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย หลังที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 มีมติรับรองการขึ้นทะเบียน (Inscribe) ตามข้อเสนอของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ภายใต้หลักเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV)
ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงการยอมรับคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการอนุรักษ์ การบริหารจัดการ และการสืบทอดมรดกแห่งศรัทธาที่ดำรงต่อเนื่องมายาวนานกว่า 1,250 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้สัมผัสนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองแห่งพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต และยังหล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน
ในมิติเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ททท.ประเมินว่าการได้รับสถานะมรดกโลกจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนครศรีธรรมราชสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลก เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
เพื่อต่อยอดโอกาสดังกล่าว ททท.เตรียมขับเคลื่อนแคมเปญ 12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก ภายใต้แนวคิด เที่ยว 12 เดือน เยือนพระธาตุมรดกโลก : ถอดรหัส 12 ปริศนามหามงคล สัมผัสมรดกโลกที่มีชีวิต เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับมิติทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้คุณค่าของ Living Heritage ผ่านสถาปัตยกรรม ปริศนาธรรม และเรื่องราวแห่งศรัทธาที่แฝงอยู่ทั่วอารามหลวง ซึ่งสามารถสัมผัสได้แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของปี พร้อมตอกย้ำอัตลักษณ์ของนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองแห่งศรัทธา ตามคำกล่าวที่ชาวนครศรีธรรมราชภาคภูมิใจว่า เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องได้กราบพระธาตุเมืองนครฯ
ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ ททท.ได้บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 25-30 กรกฎาคม 2569 ททท.จัดกิจกรรมโฟโตบูธภายใต้แนวคิด 12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก เปิดให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนบันทึกภาพประวัติศาสตร์ รับภาพโพลารอยด์และไฟล์ดิจิทัลเป็นที่ระลึก พร้อมร่วมเผยแพร่เรื่องราวของแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ณ บริเวณโซนต้นพระศรีมหาโพธิและลานทรายแก้ว เยื้องพระวิหารหลวง ด้านหน้าศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ระลึก
การจัดกิจกรรมทั้งหมดมีเป้าหมายถ่ายทอดคุณค่าของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารในทุกมิติ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำสถานะของ มรดกโลกที่มีชีวิต ที่ยังคงมีบทบาทต่อสังคมและชุมชนในปัจจุบัน
สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทำให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาจากการผ่านเกณฑ์การพิจารณาของ UNESCO จำนวน 2 ข้อ ได้แก่ Criterion (ii) ซึ่งสะท้อนการแลกเปลี่ยนอิทธิพลด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และความเชื่อทางศาสนาระหว่างอินเดีย ศรีลังกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนก่อให้เกิดรูปแบบศิลปกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราช และ Criterion (iv) ที่ยกย่องบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางแห่งความศรัทธาซึ่งสืบทอดประเพณี ความเชื่อ และมรดกวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ศิลปะโนรา และตำนานท้องถิ่น
ดังนั้น การได้รับการขึ้นทะเบียนครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญมากกว่าการเพิ่มจำนวนแหล่งมรดกโลกของไทย แต่เป็นการยกระดับบทบาทของนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก สร้างโอกาสใหม่ด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานการอนุรักษ์ พร้อมตอกย้ำสถานะของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารในฐานะแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ และแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย.
กัลยา ยืนยง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/1040829/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pa2SZddOIGcFGiuJfE49O

