จนปล่อยให้ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตกเป็นเป้านิ่งจากการรุมถล่มทางการเมืองอย่างหนักในโครงการ TH-AI Passport ตลอดจนเรื่องราวส่วนตัว
สถานการณ์ดังกล่าวร้อนไปถึง “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ยอมปล่อยให้พรรคต้องเพลี่ยงพล้ำอีกต่อไป
จึงเรียกบรรดา สส. รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และผู้นำตำแหน่งสำคัญของ “พรรคภูมิใจไทย” เข้าห้องเย็นทุบโต๊ะให้เร่งสร้างผลงาน และออกมาปกป้องโครงการของรัฐบาลอย่างสุดกำลัง พร้อมสั่งให้ทำงานการเมืองเชิงรุกเพื่อโต้กลับฝ่ายตรงข้ามทันควัน
กลยุทธ์ของ “ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคน้ำเงิน” ในครั้งนี้ถือเป็นการปลุกคนที่เคยเฉยชา ให้ตื่นขึ้นมาด้วยระบบประเมินผลงานที่เข้มงวด โดยประกาศชัดเจนว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี ทั้งรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการสภาฯทั้ง 14 คณะ และข้าราชการการเมืองสังกัด “พรรคภูมิใจไทย” จะถูกประเมินอย่างใกล้ชิด หากใครไร้ผลงานพร้อมปรับออกทันที
มาตรการนี้ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดารัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และ สส. ของพรรคต่างพร้อมใจกันเดินหน้าหนุนโครงการรัฐบาล ปกป้อง “ไชยชนก” และ “พรรคสีน้ำเงิน” อย่างเต็มสูบ
ทั้งยังเร่งเครื่องในภารกิจอื่นๆ เช่น สางข้อพิพาทที่ดินทับซ้อนในอุทยานแห่งชาติทับลาน ตลอดจน 5 กรรมาธิการสภาฯของ “พรรคภูมิใจไทย” พร้อมใจลงพื้นที่ภูเก็ตในวันที่ 26-27 มิ.ย.นี้ เพื่อตรวจสอบปมส่วยฉาวในพื้นที่ จนนำไปสู่การสั่งเด้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯจังหวัดภูเก็ตในที่สุด
ฟากกระทรวงยุติธรรม “บิ๊กรุทธ” พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เดินเกมรุกด้วยการสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินหน้าจัดการกระบวนการเครือข่ายฟอเร็กซ์อย่างเด็ดขาด หลังมีประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง
โดยเชื่อมโยงไปถึง “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ และรัฐมนตรีเงากระทรวงดีอี พรรคประชาชน ซึ่งดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว หลังปรากฏหลักฐานสำคัญทั้งเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาท คลิปวิดีโอเชิญชวนลงทุนหรือไม่ และภาพถ่ายร่วมกับบริษัทโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โดยเตรียมเชิญตัว “ภาวุธ” มาให้ข้อมูลในวันที่ 2 ก.ค.นี้
การเดินเกมอย่างเฉียบคม และเป็นระบบของ “พรรคสีน้ำเงิน” ทำให้การตรวจสอบทางการเมืองจาก “พรรคประชาชน” เกิดอาการสะดุดลงทันที จากที่ “ภาวุธ” เคยเป็นหัวหอกในการรุกไล่โครงการ TH-AI Passport ก็กลายเป็นฝ่ายตั้งรับ และอาจกลายเป็นผู้ต้องหาในเร็ววันนี้หรือไม่
ขณะที่ “พรรคส้ม” ก็เสียแต้มการเมืองไปในทันที ตอกย้ำให้เห็นกระบวนการคัดเลือกคนเข้ามาอยู่ในพรรคมีปัญหา ทั้งเรื่องสีเทาและสีดำ เชื่อมโยงเรื่องฟอกเงิน และยาเสพติดในอดีตที่สลัดไม่หาย
ส่งผลให้พรรคต้นสังกัดจากที่เคยอุ้มเปลี่ยนเป็นเริ่มส่งสัญญาณ “ตัดเนื้อรักษาชีวิต” หรือไม่ เมื่อ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ต้องออกมาเรียกร้องให้ “ภาวุธ” ออกมาชี้แจงต่อสังคมที่ไม่กระทบต่อรูปคดี เพราะเกรงว่าเรื่องนี้อาจขยายตัวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทั้งการฟอกเงินไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ
การเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์อันเหนือชั้นของ “ครูใหญ่” ที่ไม่เพียงแต่ใช้กลยุทธ์สยบเกมรุกของ “พรรคส้ม” จนเสียเครดิต และเกิดความระส่ำระสายภายใน ควบคู่ปลุก “ทัพสีน้ำเงิน” ให้ตื่นขึ้น และเร่งปั้นผลงานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเสียที.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5980454/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xtjINUn8J0fE6zwC9Gk3J

