ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างระบบดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเป็นธรรม ไม่ใช่เพียงเรื่องของหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น แต่คือหัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าภาคธุรกิจไทยจะไปต่อได้ไกลแค่ไหน นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เปิดเผยถึงแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ มุ่งเป้าสู่ปี 2570 ภายในงานแถลงผลงาน “16 ปี ETDA CO-CREATING A FUTURE OF DIGITAL TRUST”
ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชนโดยตรง โดย ETDA ได้วางแนวทางการทำงานต่อเนื่องระยะ 5 ปี โดยเน้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้พร้อมใช้งานจริง ดังนี้
1. ขยายผลระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID & VC) ผลักดันการใช้เอกสารรับรองดิจิทัลที่ตรวจสอบความถูกต้องได้ (Verifiable Credentials หรือ VC) และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจลดเอกสารกระดาษ ลดต้นทุน และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์
2. ยกระดับการกำกับดูแล AI อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) เน้นนำหลักธรรมาภิบาลมาประยุกต์ใช้จริง โดยเฉพาะในภาคการเงินและธนาคาร ผ่านศูนย์ AIGC (AI Governance Clinic) เพื่อทดสอบระบบบริการและประเมินความเสี่ยง ช่วยให้การใช้งาน AI มีความปลอดภัยและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค
3. ดึงเทคโนโลยีและ AI เสริมศักยภาพ SME เจาะกลุ่มเป้าหมายใน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว, ธุรกิจค้าปลีก และภาคการผลิตขนาดเล็ก (Micro SMEs ที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี) โดยบูรณาการความร่วมมือกับ สสว., บสย., SME D Bank และหน่วยงานวิจัย เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย และขยายช่องทางตลาด
4.คุมเข้มการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง ควบคุมการขายสินค้าที่ไม่มี มอก. หรือ อย. รวมถึงการจับมือกับธุรกิจประกันภัยเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการจดทะเบียนรถสาธารณะของกลุ่ม Ride-sharing เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง
การกำกับดูแล AI ทำไมไทยถึงเลือก “ความยืดหยุ่น” แทนการออก พ.ร.บ.?
ในขณะที่หลายประเทศเริ่มออกกฎหมายตึงเครียดเพื่อควบคุม AI แต่ ETDA กลับมองว่า ประเทศไทยควรเลือกใช้วิธีที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์ ซึ่งการตรา พ.ร.บ. ขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลารอถึง 1-2 ปี ซึ่งไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่ไทยต้องการคือเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่น เมื่อเจอปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เช่น การใช้ AI ปลอมแปลงหรือหลอกลวง (Deepfake) เราก็สามารถออกมาราตรการป้องกันและแก้ไขได้ทันที โดยไม่ไปสร้างเงื่อนไขยุ่งยากให้กับภาคธุรกิจที่ยังไม่ได้เกิดปัญหา
สำหรับประเด็นการควบคุม AI ในเด็กและโรงเรียน ETDA มองว่า การออกกฎห้ามอาจบังคับใช้ได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากแพลตฟอร์มส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ จึงเน้นการแก้ปัญหา 2 ทางควบคู่กัน คือ การสร้างความรู้ ร่วมกับ สสวท. และ สพฐ. พัฒนาหลักสูตร AI Governance นำร่องอบรมครูแกนนำ เพื่อขยายผลแก่นักเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษา /และการเตรียมระบบเทคโนโลยี โดยพัฒนาระบบ Digital ID ในรูปแบบ VC ที่สามารถยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก เพื่อรองรับการยินยอมของผู้ปกครองและการตรวจเช็กอายุ เมื่อเด็กต้องเข้าใช้งานแอปพลิเคชันหรือโซเชียลมีเดียในอนาคต
มาตรการแก้โจทย์ร้อน ค่าธรรมเนียม GP และราคากลางไรเดอร์
เพื่อลดภาระและสร้างความเป็นธรรมให้กับร้านค้าผู้ขายและผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ETDA เตรียมผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญ 2 เรื่อง ผ่านคู่มือการจัดเก็บค่าธรรมเนียม GP (แพลตฟอร์ม e-Commerce) เช่น
– แสดงเป็นตัวเลขเดียว (Single Number) แยกค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (เช่น ค่าบริการชำระเงิน) ให้ชัดเจนและแสดงเป็นตัวเลขเดียว เพื่อไม่ให้ร้านค้าสับสน
– มีเครื่องคำนวณต้นทุน (Calculator Tool) ให้แพลตฟอร์มจัดทำเครื่องคิดเลขคำนวณค่าธรรมเนียมสำหรับตัวเลือกเสริม (เช่น ค่าเข้าร่วมแคมเปญ) เพื่อให้ร้านค้าประเมินต้นทุนรวมและตั้งราคาขายได้อย่างแม่นยำ
– ยกระดับตามขั้นตอน เริ่มต้นจากการออกคู่มือขอความร่วมมือซึ่งทำได้รวดเร็ว แต่หากพบว่าไม่ได้ผล ETDA ก็พร้อมจะยกระดับไปสู่การออกเกณฑ์บังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการศึกษาราคากลางบริการไรเดอร์ ขณะนี้ ETDA ได้ทำร่างโครงสร้างต้นแบบราคาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการนำไปรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ และเตรียมนำไปพูดคุยร่วมกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มและกลุ่มไรเดอร์ เพื่อจัดทำโครงสร้างราคากลางที่เป็นธรรมและยอมรับได้ด้วยกันทุกฝ่าย
ทั้งนี้ สรุปภาพรวมเป้าหมายของ ETDA ในปี 2570 ไม่ใช่การสร้างกฎระเบียบมาคุมเข้มจนทำลายโอกาสทางธุรกิจ แต่คือการวาง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และเข้าถึงได้จริง เพื่อให้ SME และภาคธุรกิจไทยสามารถนำเทคโนโลยีอย่าง AI มาใช้สร้างรายได้ ยกระดับการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงบนฐานของความน่าเชื่อถือดิจิทัล
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/282901&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sFrr85aOr_N2b2iPk1uO6

