ท่ามกลางคลื่นความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เวที C-ASEAN Forum 2026 ได้กลายเป็นสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ที่ฉายภาพอนาคตของอาเซียนในวัย 60 ปี ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่เป็นการประกาศศักดาว่า “ความเชื่อมโยง” (Connectivity) คืออาวุธลับที่จะทำให้อาเซียนกลายเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า
“เชื่อมคน เชื่อมไอเดีย” บทเรียนจากวิกฤติสู่ความแกร่ง วิสัยทัศน์
ฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะหัวเรือใหญ่ผู้ร่วมก่อตั้ง C-ASEAN ได้กล่าวในงาน C asean Forum 2026 (CaF 2026) สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของภูมิภาค โดยระบุว่านับตั้งแต่ต้นทศวรรษนี้ อาเซียนต้องเผชิญกับบททดสอบมหาศาล ทั้งโรคระบาด ความตึงเครียดทางการเมือง และวิกฤติสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่ทำให้เราก้าวข้ามมาได้คือ “ความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่ง” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ภูมิภาคตอบโต้ต่อวิกฤติและฟื้นตัวได้เร็วกว่าใคร
ฐาปนเน้นย้ำถึงภารกิจของ C-ASEAN ที่ต้องการทลายกำแพงพรมแดนผ่าน 3 เสาหลัก คือ เศรษฐกิจที่ยั่งยืน การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ และศิลปวัฒนธรรม โดยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไทย แต่ได้ขยายรากฐานไปยังเชียงใหม่และฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนโอกาสอย่างแท้จริง เขายังกล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่คือการเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นการลงมือทำร่วมกันเพื่อคนรุ่นหลัง”
เจาะลึกยุทธศาสตร์ ‘ASEAN 2045’ เมื่อดิจิทัลและพลังงานสะอาดคือตัวเปลี่ยนเกม
ทางด้าน ดร. ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กางแผนที่นำทางอาเซียนสู่ปี 2045 ไว้อย่างคมชัด โดยชี้ให้เห็นว่าอาเซียนในวันนี้คือยักษ์ใหญ่ที่มีประชากรกว่า 680 ล้านคน และมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันสูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประเด็นสำคัญ เป็น “หัวใจ” ของการแข่งขันในอนาคต ประกอบด้วย
- ทางด่วนดิจิทัล (DEFA): ภายในสิ้นปีนี้ อาเซียนจะลงนามในข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Framework Agreement) ซึ่งถือเป็นข้อตกลงระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลกที่ครอบคลุมที่สุด คาดว่าจะช่วยดันมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลให้โตขึ้นถึง 2 เท่า
- พลังงานสีเขียวไร้พรมแดน: การเร่งโครงการ ASEAN Power Grid และการสร้างตลาดคาร์บอนร่วมกัน (ASEAN Carbon Markets) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
- ความมั่นคงของมนุษย์: การจัดตั้งศูนย์รับมือโรคระบาด (Public Health Emergency Center) และศูนย์นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ (Active Aging Center) ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย
- บทบาทกาวใจระดับโลก: ดร. ปานปรีย์ เผยว่าไทยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในเมียนมา โดยใช้กลไกอาเซียนเป็นช่องทางหลักในการสร้างความไว้วางใจและหาทางออกที่ยั่งยืน
ไทยพร้อมนั่งเก้าอี้ประธานอาเซียน 2028 มุ่งสู่มหาอำนาจที่สร้างสรรค์
ความพร้อมของประเทศไทยที่จะขึ้นเป็น ประธานอาเซียนในปี 2028 โดยตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนอาเซียนให้เป็นภูมิภาคที่ “มีนวัตกรรม มีความเคลื่อนไหว และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาคเอกชนอย่าง C-ASEAN และพันธมิตรทุกภาคส่วน มาร่วมกันสร้าง Synergy เพื่อเปลี่ยนภูมิภาคนี้จากจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโลก (สหรัฐฯ-จีน-อินเดีย-ยุโรป) ให้กลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ที่โลกต้องจับตามอง
จากเวที C-ASEAN Forum 2026 สัญญาณที่ส่งออกมานั้นชัดเจนว่า อาเซียนกำลังเลิกเป็นเพียง “กลุ่มความร่วมมือ” และกำลังยกระดับสู่การเป็น “โครงข่ายอัจฉริยะ” ที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับทุกพายุในอนาคตอย่างมั่นคง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1246939&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pUA3nOAcADoBYn0iHkaFj

