ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) และแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ หลัง Antofagasta ปรับลดคาดการณ์การผลิตทองแดง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงอย่างหนัก และบดบังปัจจัยบวกจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอังกฤษในเดือนมิ.ย.ที่แข็งแกร่งกว่าคาด
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,772.67 จุด ลดลง 60.48 จุด หรือ -0.56%
FTSE 100 ปรับตัวลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ขณะที่เงินปอนด์แทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดไม่ได้เปลี่ยนแปลงคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้มากนัก
ข้อมูลทางการระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวอย่างไม่คาดคิดในเดือนมิ.ย. โดยบริษัทต่าง ๆ ได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่านลดลง ขณะเดียวกัน การเริ่มต้นของการแข่งขันฟุตบอลโลกชายและสภาพอากาศที่ร้อนจัดก็ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิ.ย. หลังจากไม่มีการขยายตัวในเดือนพ.ค. ส่งผลให้อังกฤษมีแนวโน้มเป็นประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว G7 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
นักวิเคราะห์รายหนึ่งมองว่า ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการเติบโตอย่างเฟื่องฟู เนื่องจากการขยายตัวรายไตรมาสชะลอลงจาก 0.6% แต่อังกฤษกำลังแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสามารถรับมือกับปัจจัยกดดันต่าง ๆ ได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายกังวล
ปัจจัยกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นมาจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ โดยหุ้น Antofagasta ร่วง 6.8% หลังปรับลดคาดการณ์การผลิตทองแดงในปี 2569 เนื่องจากต้องหยุดดำเนินงานที่เหมือง Los Pelambres ในเดือนก.ค. ขณะที่หุ้น Rio Tinto และหุ้น Anglo American ร่วงลง 4.8% และ 3.5% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาไม่สูงมากในวันพุธ ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม การที่ยังไม่มีความคืบหน้าในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างถาวร ทำให้ราคาน้ำมันยังไม่ปรับตัวลงเพิ่มเติม ขณะที่นักลงทุนประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกที่อ่อนแอลงและสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น
ในบรรดาหุ้นขนาดกลาง หุ้น Costain เพิ่มขึ้น 4.6% หลังบริษัทให้บริการโซลูชันด้านโครงสร้างพื้นฐานรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกที่แข็งแกร่ง
ส่วนหุ้น Savills บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของอังกฤษ พุ่งขึ้น 10.9% หลังรายงานกำไรจากการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจในอเมริกาเหนือและธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/631171&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HUOW7T4K2LKeAtgQ2K0SN

