“รมว.ศธ.” ประกาศวิสัยทัศน์การศึกษาไทย ปักธง 5 นโยบายหลัก พลิกโฉมอนาคตเด็กไทยสู่ปี 2573
21/04/2569 | 74 |
วันนี้ (20 เมษายน 2569) เวลา 14.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการศึกษา โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง ผ่านกรอบนโยบาย 5 ด้านหลักที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน
หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่สุดคือ คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ซึ่งมองว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีแนวทางครอบคลุมตั้งแต่การยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน เตรียมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดขั้นตอนและภาระงานเอกสารของครู พร้อมออกตัวชี้วัดเพื่อการประเมินครูจากผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลัก แทนการทำเอกสารที่เกินความจำเป็น ไปจนถึงการแก้ปัญหาภาระการจัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวัน ด้วยการนำร่องระบบครัวกลาง Cloud Kitchen โดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รมว.ศธ. ย้ำชัดว่าจะไม่ใช้นโยบายแบบ “One size fits all” อีกต่อไป แต่จะรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ กระจายโอกาสสู่ทุกพื้นที่ โดยการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากครูและชุมชน พร้อมปรับสูตรเงินอุดหนุนรายหัวให้สะท้อนกับความต้องการ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน จะกระจายทุน ODOS รูปแบบใหม่สู่ทุกอำเภอ และเดินหน้าโครงการ Thailand Zero Dropout อย่างจริงจัง เพื่อดึงเด็กที่หลุดออกนอกระบบกลับสู่การศึกษา
ในด้านคุณภาพการเรียนรู้ รมว.ศธ. มุ่งเปลี่ยนแนวทางการศึกษาจากการ “ติวเพื่อจำ” ให้กลายเป็นการ “เรียนเพื่อใช้จริง” โดยจะพลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ และนำ AI มาบูรณาการในห้องเรียนอย่างมีวิจารณญาณ พร้อมเตรียมเด็กไทยให้พร้อมสำหรับการประเมิน PISA 2029 อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนากำลังคนระดับชาติ ”Human Capital Superboard“ ที่รวบรวมกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคเอกชน มาร่วมกำหนดทิศทางหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมผลักดันแพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติที่ครอบคลุมทั้ง E-Portfolio การรับรองทักษะ และระบบจับคู่ตำแหน่งงาน เพื่อให้เรียนจบแล้วมีงานทำได้จริง
นอกจากนี้ รมว.ศธ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างครอบคลุม โดยจะจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียนแบบถาวร มีทีมนักกฎหมายและนักจิตวิทยาพร้อมรับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับบุคลากรที่ใช้ความรุนแรง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนโดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรมในโรงเรียน โดยดึงสถาบันอาชีวศึกษาเข้ามาร่วมตรวจสอบและดำเนินการ
ด้าน รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับมอบหมายจาก รมว.ศธ. ให้ลงพื้นที่ติดตามและดูแลการดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาจริงในพื้นที่ และตั้งเป้าให้ศูนย์ดังกล่าวขยายการดำเนินงานไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดอย่างต่อเนื่อง
นโยบายระยะยาวที่สำคัญไม่แพ้กันคือ วางรากฐานการศึกษาใหม่ ด้วยการผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ที่จะปลดล็อคหลักสูตรล้าสมัย คุ้มครองผู้เรียนที่มีความหลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2573 การศึกษาไทยจะพลิกโฉมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปสู่การมีงานทำได้จริง และยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างมั่นใจ
“แต่นี้ไป ศธ. จะทำงานแบบทีม ไม่ใช่ระบบแท่ง เราคือ ‘ทีมการศึกษาไทย’ ที่เดินหน้าไปด้วยกัน เพราะการศึกษาต้องเริ่มจากเราทุกคน ไม่มีคำว่าการเมืองนำการศึกษา แต่การศึกษาจะต้องแยกจากการเมืองโดยเด็ดขาด และเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากร ศธ. ทุกท่านที่จะช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างเยาวชนไทยให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพในอนาคต” รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.: รายงาน
20/4/2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/496139&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OIfsHZ7bfUpZAeLNNSvQG

