• Thu. Apr 23rd, 2026

“วิกฤต-ซ้อนวิกฤต : โจทย์ใหญ่พาณิชย์ต้องเร่งแก้!!” – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

“วิกฤต-ซ้อนวิกฤต : โจทย์ใหญ่พาณิชย์ต้องเร่งแก้!!”-–-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย“วิกฤต-ซ้อนวิกฤต : โจทย์ใหญ่พาณิชย์ต้องเร่งแก้!!” – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

         “วิกฤตแรกที่ประเทศเจอ คือ ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่มาก แล้วมาเจอกับวิกฤตที่ 2 คือ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปยังต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่งราคาสินค้าอุปโภคบริโภค”

            “ปุริมปรัชญ์ โสภาภาค ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย (Radio Thailand)” ให้มุมมอง “บทบาทกระทรวงพาณิชย์กู้เศรษฐกิจไทย” ใน “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ว่า  

 “ก.พาณิชย์ ปรับโครงสร้าง หลัง ปท.เจอ วิกฤตซ้อนวิกฤต-ปรับการทำงานตามสถานการณ์”         

            ปุริมปรัชญ์ กล่าวว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พูดเรื่องการปรับโครงสร้างกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันพฤหัสบดี 16 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้คำว่าเป็นการ“ปรับทัพ”หรือ“เสริมทัพ” ภายในกระทรวง ซึ่งถือเป็นก้าวแรก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต นางศุภจีเรียกว่าเป็นการปรับทัพครั้งใหญ่ และเสริมทีมที่ปรึกษา เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการตลาด เช่น จีน อาเซียน อเมริกา ยุโรป เพื่อวางยุทธ์ศาสตร์และขยายการส่งออกของไทย และเพิ่มผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาเสริมการทำงานของกรมการค้าภายใน โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้าและค่าครองชีพ 

“เจอวิกฤต 2 เด้ง” 

            “วิกฤตแรกที่ประเทศเจอ คือ ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่มาก แล้วมาเจอกับวิกฤตที่ 2 คือ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ส่งผลกระทบห่วงโซ่ไปยังต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่งราคาสินค้าอุปโภคบริโภค คิดว่าน่าจะต้องให้กระทรวงพาณิชย์ประชุมหารือ และใช้เวลาระยะหนึ่งในการทำงาน ต้องติดตามว่าจะมีมาตรการอะไรออกมา แต่ถ้าเกิดว่าเป็นมาตรการที่ ณ ตอนนี้สามารถเห็นเป็นรูปธรรม โครงการต่างๆ เช่น โครงการธงฟ้าราคาประหยัด โครงการไทยช่วยไทย โครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า จะช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน”

“ประสานงานกับหลายกระทรวงต่อเนื่อง-ผู้ประกอบการ หนุน พณ.เสริมทัพ” 

            ปุริมปรัชญ์ บอกว่า ในอดีตเราเห็นโมเดลเปลี่ยนการทำงานเป็นแบบคลัสเตอร์ ประสานกับหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาตลอด เป็นเรื่องปกติรวมถึงภาคเอกชน เช่น กระทรวงพาณิชย์เคยประสานหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ โครงการเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและแก้ปัญหารายได้ของเกษตรกรที่ไม่ยั่งยืน แต่เนื่องจาก ณ ตอนนี้ปัญหาเป็นวิกฤต-ซ้อนวิกฤต กระทรวงพาณิชย์จึงต้องปรับกระบวนการทำงานตามสถานการณ์ เช่น หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อบริหารจัดการเม็ดพลาสติก มีการประชุมกันตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันยังมีการหารืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์เม็ดพลาสติกขณะนี้ยังขาดแคลน แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สะท้อนว่าราคาเพิ่มสูงขึ้น เพราะเม็ดพลาสติกเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ ในการผลิตพลาสติก แก้ว  หลอด ฯลฯ ซึ่งผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ แต่กระทรวงพาณิชย์พยายามหาแหล่งนำเข้าอื่นๆเพิ่มเติม นอกเหนือจากตะวันออกกลาง

“หวั่น หลังสงกรานต์ แบกรับต้นทุนไม่ไหว หากราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น”

            ปุริมปรัชญ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการสะท้อนว่าได้รับผลกระทบจากราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาเนื้อสัตว์  การที่กระทรวงพาณิชย์เสริมทัพเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้า และค่าครองชีพ เป็นทิศทางที่ดีแต่ยังมีคำถามว่าหลังจากสงกรานต์นี้ จะมีมาตรการอะไรออกมาและจะช่วยผู้ประกอบการได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากสถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปจนราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้เช่นกัน

“พบช่องโหว่โครงการไทยช่วยไทย เหตุ ประชาชนไม่รู้จักโครงการ-ภาคเอกชนควรกระจายสินค้าเพิ่ม”

            ปุริมปรัชญ์ บอกว่า ภาคเอกชนมีบทบาทในการให้ความร่วมมือ ที่ผ่านมาเห็นได้จาก “โครงการไทยช่วยไทย” เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาพิเศษ แต่จากการลงพื้นที่สอบถามประชาชน พบว่ายังมีช่องโหว่อยู่ ประชาชนบางส่วนยังไม่รู้จักโครงการ รวมถึงสินค้าบางสาขายังมีไม่ครบ คิดว่าเอกชนน่าจะมีบทบาทมากกว่านี้ ในการประชาสัมพันธ์หรือกระจายสินค้าให้ครอบคลุม เพราะตอนแรกที่ทำข่าวรู้ดีว่า “โครงการไทยช่วยไทย”มีสินค้าอะไรบ้าง ลดราคาพิเศษสูงสุดเท่าไหร่ แต่พอลงพื้นที่ไปจริงๆคนส่วนใหญ่บอกว่าไม่รู้จัก จึงสงสัยว่าถ้าต้องการช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ก็ควรให้ประชาชนรู้จักโครงการนี้ กระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน ควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักมากกว่านี้

“เสียงสะท้อนประชาชน ต้องคุมราคาสินค้าไม่ให้พุ่งสูงแบบฉับพลัน-ปรับลดตามสถานการณ์”

         ปุริมปรัชญ์ เผยว่า ได้พูดคุยกับประชาชน มองว่า ถ้าเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น  แชมพู สบู่ ยาสีฟัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระทรวงพาณิชย์ช่วยแก้ไขปัญหาในระยะสั้น แต่ไม่รู้ว่าในระยะยาว หากสถานการณ์ยืดเยื้อแล้วส่งผลกระทบต่อราคา กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการอะไรช่วยอีกหรือไม่ โดยเฉพาะหากเป็นเนื้อสัตว์ เนื้อหมู ไข่ไก่ จะช่วยประชาชนได้ตรงจุดมากกว่า ประชาชนยังสะท้อนอีกว่า รัฐบาลและผู้ประกอบการควรควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงเกินไป แม้จะเข้าใจว่าราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้นบ้างจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น แต่อยากให้ควบคุมไม่ให้ราคาพุ่งสูงแบบฉับพลันจนเกินไป และถ้าในอนาคตหากสถานการณ์ดีขึ้น ราคาน้ำมันลดลง ก็อยากให้ปรับราคาสินค้าลดลงตามไปด้วย ไม่ใช่ปรับขึ้นแล้วขึ้นเลย

“กรมการค้าภายในตรึงราคาสินค้าควบคุม 66 รายการ ไม่ให้ราคาพุ่ง-สินค้านอกรายการควบคุม ไม่ต้องแจ้งปรับราคาขึ้น ทำให้อาหารจานเดียวปรับขึ้นราคา”

            ปุริมปรัชญ์ บอกว่า เรื่องการควบคุมราคาหรือตรึงราคา  กระทรวงพาณิชย์ค่อนข้างไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดแต่มีมาตรการดูแล ปัจจุบันกรมการค้าภายในมีอำนาจกำกับดูแลราคาสินค้าควบคุม 66 รายการ แต่ละรายการมีรายละเอียดลงไป แต่ก็มีสินค้าประเภทปุ๋ย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แชมพู น้ำมันปาล์มขวด หากผู้ประกอบการต้องการเปลี่ยนแปลงราคาก็ต้องขออนุญาตก่อน คิดว่าอำนาจตรงนี้กรมการค้าภายในช่วยให้ราคาสินค้าไม่พุ่งสูงเกินไป จนกระทบค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังมีช่องว่างอยู่เพราะควบคุมได้เพียงสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุม ส่งผลให้สินค้าที่ไม่ได้อยู่ในรายการ เช่น ผักสดต่างๆปรับขึ้นราคาโดยไม่ต้องแจ้ง อาจส่งผลให้ราคาอาหารจานเดียวปรับราคาสูงขึ้น ตรงนี้ไม่ได้แก้ไขปัญหาค่าครองชีพ เป็นเพียงการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนในแต่ละสินค้า

“ปุ๋ยไม่ขาดแคลน ไม่ขอปรับราคาขึ้น แต่พบขายเกินราคา-คุยกับรัสเซียหาแหล่งนำเข้าเพิ่ม” 

            ส่วนกรณีปุ๋ยเคมีกำลังจะขาดแคลนนั้น ปุริมปรัชญ์ บอกว่า กรมการค้าภายในบอกว่ายังมีเพียงพอถึงกลางเดือนพฤษภาคม ขณะนี้กรมการค้าภายในพยายามนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย หรือบรูไน แต่ยอมรับว่าต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ทำให้ต้องปรับราคาใหม่ตามต้นทุนด้วย ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เป็นช่วงที่เกษตรกรปลูกข้าวนาปี ซึ่งนางศุภจีบอกว่าต้องมองใน 2 มิติ คือ เรื่องของราคาและความขาดแคลน ถ้าในเรื่องของราคาตอนนี้ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม ยังไม่มีการขอปรับขึ้นราคาและไม่มีการกักตุน แต่ติดป้ายแสดงราคาหรือจำหน่ายเกินราคามากกว่า

“พาณิชย์พยายามคลอดโครงการต่างๆ ลดค่าครองชีพประชาชน”

            ส่วนการหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่เพื่อเติมสต๊อก ปุริมปรัชญ์ บอกว่า ตอนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างเจรจากับรัสเซีย  ในระยะสั้น คือเติมสต๊อกเข้ามาให้เพียงพอกับการใช้ของเกษตรกร แต่ในระยะยาวเป็นการเปิดตลาดใหม่ ประเทศไทยจะได้ลดการพึ่งพานำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันพยายามส่งเสริมการใช้เยื่อพืชธรรมชาติ ผลิตบรรจุภัณฑ์และภาชนะ เพื่อลดการใช้เม็ดพลาสติก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พยายามที่จะมีโครงการต่างๆออกมา เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน เพราะขณะนี้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมากจริงๆ

ติดตาม “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ทุกวันอาทิตย์ 11.00-12.00 น.โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และคลื่นข่าว MCOT News FM 100.5

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tja.or.th/view/activities/radio-tja/1457297&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mq2HRR5hq5lH8u5xgtIPq