เมื่อวันที่ 23 เม.ย. รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีแนวคิดการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบวิกฤติพลังงานโลก ว่า เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นเครื่องมือทางการคลังที่จำเป็นในการรับมือแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก
รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันต้นทุนพลังงานสูงขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุก เนื่องจากงบประมาณปกติไม่เพียงพอรองรับภาระฉุกเฉิน การออก พ.ร.ก.กู้เงินจึงเป็นกลไกสำคัญในการซื้อเวลาให้เศรษฐกิจไทยสามารถตั้งหลักได้
ทั้งนี้ เงินกู้ดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ผ่านการอัดฉีดสภาพคล่องไปยังประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยและ SMEs ซึ่งมีแนวโน้มใช้จ่ายสูง ทำให้เกิดตัวคูณทางเศรษฐกิจ ช่วยพยุงการบริโภคและลดความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว
ในระยะยาว หากรัฐบาลออกแบบการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ยังสามารถต่อยอดไปสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ระบบพลังงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และลดความเปราะบางต่อวิกฤติในอนาคต
นอกจากนี้ การกู้เงินยังสะท้อนบทบาทของรัฐในการดูแลความเป็นธรรมทางสังคม โดยสามารถนำทรัพยากรไปช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ลดความเหลื่อมล้ำ และรักษาเสถียรภาพทางสังคมในช่วงเวลาที่ประชาชนเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพ
รศ.ดร.โอฬาร ยังมองว่า หากดำเนินการภายใต้กรอบวินัยการคลังที่เหมาะสม การกู้เงินจะไม่กระทบเสถียรภาพระยะยาว แต่กลับช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และลดความเสี่ยงของเศรษฐกิจโดยรวม
“ในภาวะวิกฤติ การไม่ทำอะไรเลยอาจแย่กว่าการตัดสินใจเชิงรุก การออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้จึงเป็นการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อประคองเศรษฐกิจและวางรากฐานการฟื้นตัวในระยะต่อไป” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5806043/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gU5zJtJ4HwBUgx77xdd0J

