สำหรับโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่นที่ 14 มีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม
จำนวน 150 คน จากผู้สมัครทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 956 คน
โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เมษายน
ถึง 1 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมทวาราวดี รีสอร์ท จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้
ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากคณะทำงานดำเนินการจัดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ ศาลฎีกา
ศาลจังหวัดนครนายก วิทยากรทั้งภายในและภายนอกศาลยุติธรรม สำหรับการจัดกิจกรรมยังคงแนวทาง
ในการให้ความรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ และปลูกฝังสิ่งดีงามผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย
นายสุริยัณห์ กล่าวว่าโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการรุ่นที่ 14 ประจำปีนี้ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการจัดโครงการ ฯ มีความตั้งใจที่จะยกระดับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความเข้มข้นและครบวงจรมากกว่า
ที่เคยเป็นมา โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์ตรง สามารถมองเห็นภาพรวมของเส้นทางวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่โครงการ คือการพาน้อง ๆ เยาวชนย้อนรอยประวัติศาสตร์ผ่านการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศาลไทยและหอจดหมายเหตุของศาลยุติธรรม ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของกฎหมายไทย การเข้าชมในส่วนนี้จะช่วยให้เยาวชนเข้าใจถึงรากฐานและอุดมการณ์ของตุลาการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม
ของประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์แล้ว โครงการในปีนี้ยังได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ โดยการนำคณะเยาวชนเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศาลจังหวัดนครนายก
ซึ่งถือเป็นอีกจุดสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสกับบรรยากาศการทำงานจริงในทุกมิติแบบเจาะลึก
นอกจากนี้ นายสุริยัณห์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าค่ายต้นกล้าตุลาการตลอดระยะเวลา 13 รุ่นที่ผ่านมา
สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการได้ดีที่สุด คือการได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่เราบ่มเพาะเติบโตอย่างสง่างามในเส้นทางวิชาชีพกฎหมาย โดยปัจจุบันมีอดีตเยาวชนต้นกล้าตุลาการที่สามารถก้าวไปถึงจุดหมายในการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาและผู้ช่วยผู้พิพากษาได้แล้วถึง 12 คน และยังทำงานในสายวิชาชีพกฎหมาย อัยการ ทนายความอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมถึงสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นตัวเลขเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่าโครงการนี้ สามารถสร้างแรงบันดาลใจและปูรากฐานทางกฎหมายให้แก่เยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของค่ายต้นกล้าตุลาการไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวนผู้พิพากษาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการส่งต่อเยาวชนออกไปสู่สังคมในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้
เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการขับเคลื่อนและนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ทั้งนี้คณะทำงานจึงมุ่งหวังว่าตลอดระยะเวลา 7 วันจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญให้เยาวชนทุกคนได้ค้นพบตัวตนพร้อมนำประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความสงบสุข
และเป็นธรรมสืบไป ไม่ว่าจะเติบโตไปอยู่ในบทบาทใดก็ตาม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378976559&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mW1InmK7bSE0so_-SIXOW

