กรมการศาสนา (ศน.) ปั้น “มัคคุเทศก์น้อย” จุดประกายเยาวชน เสริมทักษะ สร้างประสบการณ์ สู่การท่องเที่ยววิถีศรัทธา ย่านตลาดพลู

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ณ วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชวชิรธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดนาคปรก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอบรมมัคคุเทศก์น้อย ภายใต้โครงการเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และคณะครู นักเรียนจากสถานศึกษาต่างๆ ในกรุงเทพมหานครเข้าร่วมพิธีเปิดโดยพร้อมเพรียง

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดกิจกรรมอบรมมัคคุเทศก์น้อย ภายใต้โครงการเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก พระราชวชิรธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดนาคปรก ให้การสนับสนุนสถานที่ในการจัดกิจกรรม ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 – 24 เมษายน 2569 โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจากสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 แห่ง รวมถึงนักเรียนในระบบ Homeschool สมัครเข้าร่วมจำนวน 50 คน เพื่อร่วมเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเป็นมัคคุเทศก์น้อยในการฝึกอบรมต่อไป
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และความสำคัญของศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้ในชุมชนเก่าแก่ฝั่งธนบุรี ย่านตลาดพลู อาทิ วัดนาคปรก ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปปางนาคปรก อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและสงลความร่มเย็น วัดนางชี วัดเก่าแก่ที่สะท้อนวิถีชีวิตและความผูกพันของชุมชนกับพระพุทธศาสนา วัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นศูนย์กลางการศึกษาปฏิบัติธรรมที่สำคัญ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธธรรมกายเทพมงคล พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม วัดอัปสรสวรรค์ วัดที่มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม วัดขุนจันทร์ ศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ และมีบทบาทสำคัญต่อชุมชน วัดอินทาราม วัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเกี่ยวเนื่องกับบุคคลสำคัญในสมัยกรุงธนบุรี ศาลเจ้าพ่อพระเพลิง เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชน สะท้อนความหลากหลายทางความเชื่อในสังคมไทย ชุมชนตลาดพลู เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวิถีชีวิตที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร
พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ฝึกทักษะด้านการสื่อสาร การนำเสนอ และการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบคลิปสั้น เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมบทบาทของสถาบันศาสนา ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ตลอดจนสนับสนุนการใช้สื่อสมัยใหม่ในการสื่อสารกับสังคม ควบคู่กับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้านศาสนาและวัฒนธรรม อีกทั้งยกระดับการท่องเที่ยวจาก “การชม” สู่ “การมีส่วนร่วม เรียนรู้ และสร้างประสบการณ์” พร้อมพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้มีความรู้ ความภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง มีทักษะการสื่อสาร ความมั่นใจ และความเป็นผู้นำ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้องและน่าสนใจ จะนำไปสู่การสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และการพัฒนาการท่องเที่ยวในมิติศาสนาและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป…
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1013929&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DgcMkxzZI8VpYdFkYnmmV

