• Thu. Oct 8th, 2026

จับตาสถานการณ์

จับตาสถานการณ์จับตาสถานการณ์

สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ภาระหนี้สินครัวเรือน และบรรยากาศการจับจ่าย โดยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ก.ย. 69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 41.2

ขณะที่ ส.อ.ท. ประเมินความเสียหายเฉพาะภาคอุตสาหกรรมพุ่งเกิน 6,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ในภาคตะวันออกที่ต้องหยุดการผลิต ด้าน กกร. เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางจัดการน้ำเชิงโครงสร้าง พร้อมประเมินความเสียหายภาพรวมเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

น้ำท่วมซ้ำเติมเศรษฐกิจปี 69 ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยดิ่งลงแตะ 41.2

สถานการณ์น้ำท่วมขังขยายวงกว้างกำลังกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ซ้ำเติมความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แม้ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจหลายแห่งจะยังคงประมาณการ GDP ปี 2569 ไว้ที่ 2.1-2.5%

แต่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือนกันยายน 2569 ที่ปรับตัวลดลงจากระดับ 41.8 มาอยู่ที่ 41.2 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลต่อผลกระทบในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ ที่กระทบภาคการผลิต ต้นทุนพุ่งสูง และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ส.อ.ท. ชี้อุตสาหกรรมเสียหายทะลุ 6,000 ล้าน กระทบโรงงานชิ้นส่วนยานธรรมผลิตสะงัก

ทางด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยเลขาธิการ ส.อ.ท. เผยว่า อุทกภัยลุกลามเข้าถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก

ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นในภาคอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ส่งผลให้โรงงานหลายแห่งต้องหยุดการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายภายในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ อาจกระทบต่อเนื่องถึงสายการผลิตรถยนต์ภาพรวม

กกร. จ่อร่อนหนังสือถึงนายกฯ เสนอผังเมือง-การจัดการน้ำ ป้องกันงบเยียวยาละลาย 5-6 หมื่นล้าน

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางรับมืออุทกภัยอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระบบกักเก็บ ระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำ ไปจนถึงการวางผังเมือง

เนื่องจากภัยธรรมชาติได้กลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบเยียวยาสูงถึงปีละ 5-6 หมื่นล้านบาท พร้อมเสนอให้เอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำทั้ง 3 คณะ เพื่อให้การกำหนดนโยบายสอดรับกับภาคธุรกิจและประชาชน

จับตาผลกระทบภาพรวม ภาคเอกชนคาดความเสียหายเศรษฐกิจรวมไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้าน

แม้ในปัจจุบันภาพรวมความเสียหายทั้งหมดจะยังไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขที่แน่ชัดได้ แต่ชัดเจนว่าได้เพิ่มภาระหนี้สินครัวเรือนและกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นทางภาคเอกชนได้ประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในภาพรวมไว้ว่า อาจไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/program/khaoTieng/watch/2ag4b7xvyrib&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_6u_hfgY4qXAXgIbnRdHa