• Thu. Oct 8th, 2026

น้ำท่วม69 สะเทือนภาคเกษตร ลุ้นผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรและราคาสินค้า

น้ำท่วม69-สะเทือนภาคเกษตร-ลุ้นผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรและราคาสินค้าน้ำท่วม69 สะเทือนภาคเกษตร ลุ้นผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรและราคาสินค้า

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังสร้างแรงกดดันต่อภาคเกษตรของไทย โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูเพาะปลูกและเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากข้าวนาปีที่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีทั้งพืชไร่ พืชผัก ไม้ผล และไม้ยืนต้นที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่ความเสียหายของผลผลิตข้าวเพียงอย่างเดียวถูกประเมินว่าอาจสูงถึงประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรในหลายจังหวัด โดยมีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายรวมประมาณ 1.66 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ข้าว 1.33 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 246,435 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 96,442 ไร่

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย และยังต้องผ่านการสำรวจและตรวจสอบความเสียหายจริงจากหน่วยงานในพื้นที่ก่อน จึงจะสามารถสรุปมูลค่าความเสียหายและการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างเป็นทางการ 

ข้าวยังเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมาก

ในบรรดาพืชเศรษฐกิจ ข้าวนาปีเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานานอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว และกระทบปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงหลังจากนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงวันที่ 25 กันยายน-14 ตุลาคม 2569 อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวนาปีประมาณ 12,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 0.06% ของ GDP

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกข้าวในภาคกลางอาจทำให้ราคาข้าวปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการภายใต้สมมติฐานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ไม่ใช่ตัวเลขราคาที่เกิดขึ้นจริงหรือการยืนยันว่าราคาข้าวจะเพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าวแน่นอน 

พืชไร่–พืชสวนก็ได้รับผลกระทบ

นอกจากข้าวแล้ว พืชไร่และพืชผัก รวมถึงไม้ผลและไม้ยืนต้น ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อต้นพืช ผลผลิต และต้นทุนในการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

สำหรับพืชไร่และพืชผัก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินพื้นที่คาดว่าจะเสียหายกว่า 246,000 ไร่ ขณะที่ไม้ผลและไม้ยืนต้นมีพื้นที่คาดว่าจะเสียหายกว่า 96,000 ไร่ สะท้อนว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผลผลิตข้าว แต่ยังมีผลต่อรายได้ของเกษตรกรในหลายกลุ่ม

โดยเฉพาะไม้ผลและไม้ยืนต้น ความเสียหายอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผลผลิตในฤดูกาลปัจจุบัน หากต้นไม้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวและผลผลิตในฤดูกาลถัดไปด้วย

จับตาผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรและราคาสินค้า

ผลกระทบจากน้ำท่วมจึงมีทั้งในด้าน ผลผลิต รายได้เกษตรกร และปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาด หากพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายมากขึ้น อาจทำให้ผลผลิตบางชนิดออกสู่ตลาดลดลงในระยะสั้น ขณะที่เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติมจากการฟื้นฟูพื้นที่และการเพาะปลูกใหม่

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของผลผลิต สต็อกสินค้าในตลาด และความต้องการบริโภคในช่วงนั้น จึงยังต้องติดตามข้อมูลความเสียหายที่ได้รับการตรวจสอบจากภาครัฐควบคู่กับสถานการณ์ตลาด

 ด้านกรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ

ภาพรวมจึงต้องจับตาสถานการณ์น้ำในช่วงต่อจากนี้ เพราะหากน้ำลดลงได้เร็ว ความเสียหายจริงอาจอยู่ต่ำกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้ แต่หากเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังต่อเนื่องในพื้นที่เกษตรสำคัญ ความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิงหลัก

·     กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

·     ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

·     กรมชลประทาน

·     ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/s/218660&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UNa8AAB7jXi-08nDrE5fD