
15 ก.ย.2569-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเสถียรภาพรัฐบาลหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้องในคดีฮั้ว สว. ว่า เสถียรภาพของความเป็นรัฐในการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศคงจะมั่นคงขึ้นแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็มีคำวินิจฉัยมาระดับหนึ่ง แต่อย่างแรกทุกคนควรรอฟังคำวินิจฉัยที่ครบถ้วนก่อน เพราะตนยังไม่ได้อ่านว่าเหตุและผลของแต่ละประเด็น แต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และเรื่องนี้ในตอนที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ มีรัฐมนตรีโดนดำเนินคดีไปถึง 2 คน วันนี้อยู่ในขั้นตอนขององค์กรอิสระที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าผู้ที่คัดค้าน หรือเห็นต่างคงมีช่องทางกฎหมายที่จะดำเนินการต่อได้ตามรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ต้องติดตามกระบวนการจนครบถ้วน อย่างน้อยวันนี้ก็สบายใจไปขั้นหนึ่งว่าเราขับเคลื่อนต่อได้ ส่วนใครมีบทบาทหน้าที่อย่างไรก็ว่าตามนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้มาแต่แรก ติดใจในคำวินิจฉัยของ กกต. หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นคำวินิจฉัยของ กกต. เห็นเพียงตามหน้าข่าวที่สื่อเสนอมีเรื่องของจำนวนและรายชื่อ แต่ในเหตุผลจริงๆ เราอาจไม่ได้เห็นกระบวนการวิธีการหรือหลักฐานต่างๆ เมื่อมีการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วต้องติดตามต่อไป
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายอาจกังขาบทบาทของพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรน่ากังขา พรรคเพื่อไทยยึดผลประโยชน์ของประชาชน วันที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบเราก็ทำอย่างเต็มที่ วันนี้อยู่ในกระบวนการขั้นตอนอื่น อำนาจหน้าที่เราไม่ได้อยู่ ณ จุดนั้นก็ต้องให้อิสระ และให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยในส่วนที่รับผิดชอบก็ทำอย่างเต็มที่
เมื่อถามย้ำว่า หลังจากผ่านเรื่องนี้ไปแล้วจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคงขึ้นหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เสถียรภาพจากภายในไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะเราเป็นรัฐบาลร่วมกันไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้น การที่เสถียรภาพภายในของรัฐบาลมั่นคง สิ่งที่จะสะท้อนออกไปที่สังคมภายนอกต่อจากนี้ ตนเชื่อว่า จะเป็นเสถียรภาพด้านความมั่นใจ เพราะการมีรัฐบาลที่มั่นคงจะสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจ และการลงทุนทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ง่ายขึ้น ในมุมของตนเมื่อวันที่ 14 ก.ย. จะอย่างไรก็ตามในมิติเศรษฐกิจถือว่าเป็นผลดี
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านยังยืนยันจะนำเรื่องฮั้ว สว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีความกังวลใจหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่กังวล เป็นอำนาจหน้าที่และเป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่ายที่จะทำภายใต้กรอบกฎหมาย ฝ่ายค้านยังเหลือสิทธิ์อภิปรายทั้งมาตรา 151 และ 152 สามารถดำเนินการได้ในสมัยประชุมสภานี้ หากจะยื่นมารัฐบาลภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญก็พร้อมตอบอยู่แล้วทุกประเด็น
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีเงื่อนไขหรือไม่หากนายกฯ จะดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาล นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยไม่มีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่ได้พูดคุยกันไปแล้วก็จบในวันนั้น และมั่นในกรอบที่ได้พูดคุยกันไว้ และเราจะทำงานภายใต้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ในส่วนอื่นขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะพิจารณาหรือตัดสินใจเราไม่ได้ห้ามกัน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของกระบวนการ ตนเชื่อว่า ให้เวลาตัดสินอย่าเพิ่งไปด่วนสรุป หรือตั้งสมมุติฐาน เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคกล้าธรรมมาจริงจะสั่นคลอนพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะตอนนี้เสียงรัฐบาลแน่นอยู่แล้ว นายจุลพันธ์ ถามกลับว่า “ไม่ดีหรือครับ ยิ่งเยอะ” ก่อนบอกว่า ตนไม่ทราบ ไม่ได้มีประเด็นอะไร
เมื่อถามว่า เรื่องที่พยานไปให้การพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะต้องมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจ ไม่มีประเด็นอะไรค้างคากัน และคนที่มาให้การเข้าใจว่าไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายวิเคราะห์กันไป แต่เรื่องภายในรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันในประเด็นนี้.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1069475/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw282hFiws8MB71pOIrTCo6m


